ชวนทำความรู้จักโรคออฟฟิศซินโดรม

ชวนทำความรู้จักโรคออฟฟิศซินโดรม ปัญหาสุขภาพของคนรุ่นใหม่ 2019

ปัจจุบันโรคออฟฟิศซินโดรมพบในกลุ่มนักเรียนและวัยทำงานมากขึ้น เนื่องจากมักทำงานอยู่ในท่าทางเดิมเป็นเวลานาน เช่น นั่งพิมพ์คอมพิวเตอร์ เล่นเกมออนไลน์ ดูหนังจากมือถือ ฯลฯ ทำให้มีการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อบางส่วนนานเกินไป เกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ รวมถึงส่งผลต่อปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาด้วย

ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับโรคออฟฟิศซินโดรมมาให้ทุกท่านได้สำรวจตนเองและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้ห่างไกลจากโรคนี้

โรคออฟฟิศซินโดรม มีอาการที่สังเกตได้ใน 3 ระบบของร่างกาย คือ

1. การมองเห็น มักจะมีอาการดวงตาแห้ง ระคายเคืองตา สายตาพร่า ฯลฯ เนื่องจากการจ้องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน การใช้โทรศัพท์มือถืออย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมง ทำให้ได้รับรังสีสีฟ้าที่ทำให้ดวงตาอ่อนล้า รวมถึงการดูหนัง หรือใช้คอมพิวเตอร์ในที่แสงสว่างไม่เพียงพอด้วย

2. การหายใจ จะสังเกตเห็นได้ชัดถ้านั่งทำงานอยู่ในห้องที่มีพื้นที่จำกัดและอากาศถ่ายเทไม่เพียงพอ ซึ่งทำให้มีอาการหายใจไม่สะดวก แน่นหน้าอก เวียนศีรษะง่าย ภูมิแพ้ รวมถึงเสี่ยงต่อการเป็นโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจง่ายกว่าคนที่ทำงานในพื้นที่เปิดโล่ง นอกจากนี้ หากมีการใช้งานเครื่องถ่ายเอกสารเป็นประจำในห้อง ก็จะมีการสะสมของละอองหมึกพิมพ์ในระบบทางเดินหายใจ เกิดอาการอักเสบของปอดและหลอดลมในระยะยาวได้

3. การอักเสบของกล้ามเนื้อ เช่น ไหล่ หลัง บั้นเอว ที่จะมีอาการตึงเกร็งในระหว่างการพิมพ์งานหรือการประชุมเป็นเวลานาน โดยเฉพาะหากเก้าอี้มีความอ่อนนุ่มหรือเอนมากเกินไป ก็จะทำให้มีอาการปวดหลังและเอวตามมาได้

การรักษาโรคออฟฟิศซินโดรมประกอบด้วย

1. การปรับพฤติกรรมในการทำงาน ได้แก่ ลดชั่วโมงในการทำงานต่อเนื่อง เฉลี่ยงานแต่ละประเภท ให้มีทั้งส่วนที่ต้องนั่งประชุมอยู่กับที่และการเดินตรวจงานไปมาสลับกันในแต่ละวัน

2. การปรับท่าในการนั่งเก้าอี้และในรถควรจะปรับระดับความสูงและองศาการเอนตัวที่เหมาะสม ไม่นั่งไขว่ห้างที่จะทำให้การเทน้ำหนักร่างกายไม่สมดุล

3. เพิ่มการยืดเหยียดกล้ามเนื้อเป็นระยะ ทุก 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง จะทำให้ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อและได้พักความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อรอบดวงตา

4. ลดความเครียดระหว่างการทำงานด้วยการพูดคุยเรื่องทั่วไป ฟังเพลงผ่อนคลายบ้าง

5. นวดเพื่อสุขภาพ ทั้งนี้หากมีโรคประจำตัว ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะอาจจะส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายได้

6. อาจต้องทำกายภาพบำบัดร่วมกับการรับประทานยา สำหรับผู้ที่เป็นขั้นรุนแรง

โรคออฟฟิศซินโดรมอยู่ใกล้ตัวทุกคนมากกว่าที่คิด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่องตามที่กล่าวมา จะช่วยให้ทุกท่านห่างไกลจากโรคนี้ได้

ปัญหาสุขภาพของคนรุ่นใหม่ 2019

คลายความทุกข์ได้ง่ายๆ สมาธิคลายทุกข์

คลายความทุกข์ได้ง่ายๆ สมาธิคลายทุกข์

คนเราทุกคนล้วนแต่มีทั้งความสุข ความทุกข์ และปัญหาต่างๆเข้ามามากมาย แต่คนเราจะมีวิธีขจัดหรือคลายความทุกข์และปัญหาให้ตนเองมีความสุขได้อย่างไรนั้นก็จะขึ้นอยู่กับเรื่องราวของแต่ละคนที่พบเจอแตกต่างกันออกไป

การหาวิธีคลายทุกข์จึงแตกต่างกันออกไป บางคนอาจจะหาวิธีคลายทุกข์ด้วยการไปดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ ไปเที่ยวผ่อนคลายสูดอากาศธรรมชาติ หรือบางคนเมื่อเจอเรื่องทุกข์อาจจะเก็บตัว นอนร้องไห้ ข้าวปลาไม่กิน น้อยใจตัวเอง จนลามไปถึงขั้นอยากฆ่าตัวตายเพื่อหลบหนีปัญหา เพราะมัวแต่คิดถึงปัญหาว่าทำไมฉันต้องพบเจอเรื่องแบบนี้ด้วยนะ จนลืมมองถึงทางออกที่จะพาตัวเองให้หลุดจากเรื่องราวร้ายๆ

วิธีง่ายๆที่ช่วยให้มีพลังบวก

การทำสมาธินับเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยให้เราสามารถผ่านปัญหาเลวร้ายไปได้เช่นกัน การทำสมาธิเป็นวิธีง่ายๆที่ทุกคนก็สามารถทำได้และไม่ได้มีค่าใช้จ่ายอะไรมากมาย การทำสมาธิไม่จำเป็นจะต้องนั่งทำในวัดอย่างเดียวเสมอไป อยู่ที่ไหนท่านก็สามารถทำได้ เพียงแค่หาสถานที่สงบๆ ที่ทำให้จิตใจเรานิ่งไม่วอกแวก สติให้อยู่กับตัวเองตลอดเวลาหายใจเข้าให้รู้ว่าหายใจเข้า หายใจออกให้รู้ว่าหายใจออก เดินให้รู้ว่ากำลังเดิน บางคนอาจจะใช้วิธีทำสมาธิโดยการนั่งขัดสมาธิมือทั้งสองข้างประสานกันแล้วหลับตา หรือบางคนอาจจะใช้วิธีทำสมาธิโดยการเดินจงกรม จะทำสมาธิโดยวิธีไหนๆ ก็ไม่ผิด หากท่านลองปฏิบัติบ่อยๆ จนเกิดความเคยชินไม่ว่าเจอเรื่องอะไรเราก็จะผ่านมันไปได้ สมาธิอาจจะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาในทันทีแต่สมาธิจะช่วยให้เรามีสติในการดำเนินชีวิตและลดอารมณ์ของเราลงได้ จากเมื่อก่อนเราอาจจะเป็นคนที่พอเจอเรื่องทุกข์ใจหรือปัญหาเข้ามาแล้วเกิดความเครียด หาทางออกไม่เจอ ใจร้อน โวยวายต่างๆ นาๆ พอได้ใช้สมาธิเข้ามาช่วยลดอารมณ์เราอาจจะกลายเป็นคนที่กล้าเผชิญต่อสู้กับความทุกข์ และปัญหาได้อย่างมีสติก็เป็นได้

ดังนั้นการทำสมาธิถือเป็นเรื่องที่ดีที่น่าปฏิบัติ และนับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการช่วยแก้ปัญหาได้ อย่างเช่นคำที่โบราณกล่าวเอาไว้ว่า “เมื่อสติมาปัญญาก็จะเกิด สติเตลิดก็จะเกิดแต่ปัญหา” หมั่นฝึกฝนแล้วปฏิบัติให้เป็นความเคยชินเป็นกิจวัตรประจำวัน และไม่ว่าเราจะเจออุปสรรคปัญหาที่เข้ามาหาเรามากน้อยเพียงใด เราก็จะมองปัญหาที่เข้ามานั้นเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อยของชีวิตที่เราพร้อมจะฝ่ามันไปได้ในทุกๆเรื่องโดยใช้สติของตัวเราเอง “ตนควรเป็นที่พึ่งแห่งตน” สติของเราไม่มีใครทำแทนได้นอกจากตัวของเราเอง

ชวนรู้จักประเภทของธุรกิจออนไลน์

ชวนรู้จักประเภทของธุรกิจออนไลน์ในยุคปัจจุบัน

ในปัจจุบัน มีความนิยมเปิดเว็บไซต์ออนไลน์กันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีเทคโนโลยีระบบ 4G ที่ทำให้การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้ซื้อผู้ขายเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วทั่วโลก ทำให้ลดต้นทุนในการทำธุรกิจแบบเดิมและสามารถเริ่มทำธุรกิจได้ด้วยคนเพียงคนเดียว ไม่จำเป็นต้องมีพนักงานจำนวนมากอย่างร้าน offline หรือบริษัท

ประเภทของธุรกิจออนไลน์

เนื่องจากระบบอินเตอร์เน็ตช่วยให้การทำธุรกิจง่ายขึ้น จึงมีธุรกิจออนไลน์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์จำนวนมากเกิดขึ้นในปัจจุบัน แบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ได้ ดังนี้

1. เว็บไซต์เพื่อการขายสินค้าออนไลน์

เป็นแบบที่คนทั่วไปรู้จักและเห็นบ่อยที่สุด เนื่องจากเมื่อมีการ Search Google หรือ Yahoo ก็จะพบร้านค้าขายของจำนวนมากมายที่มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ดึงดูดใจลูกค้าให้เข้าไปซื้อสินค้า

2. เว็บไซต์เพื่อการโฆษณาเว็บไซต์

เป็นบริษัทที่เปิดขึ้นมาเพื่อรับจ้างทำโฆษณาให้แก่บริษัทที่ขายสินค้าและบริการในข้อที่ 1 เช่น บริษัทรับจ้างทำโฆษณาออนไลน์ รับจ้างทำ SEO หรือ search engine optimization เพื่อทำให้อันดับในการสืบค้นเว็บไซต์ของผู้ว่าจ้างดีขึ้น เมื่อมีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหาข้อมูลจากหน้าต่างการสืบค้น ก็จะปรากฏเป็นอันดับต้น ๆ ทำให้เพิ่มโอกาสขายให้แก่เว็บไซต์ธุรกิจได้เป็นอย่างดี

เว็บไซต์เพื่อการโฆษณานี้กำลังเป็นที่นิยมและมีการแข่งขันกันสูงมาก เนื่องจากผู้ทำธุรกิจทุกประเภทต่างต้องการประชาสัมพันธ์และเพิ่มอำนาจในการแข่งขันกับธุรกิจสินค้าประเภทเดียวกันของเจ้าอื่น

3. Blog รีวิวสินค้า

การเปิด Blog รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารทั้งในและต่างประเทศ รวมไปจนถึงภาพยนตร์และเพลงที่กำลังได้รับความนิยม จะมีผู้ที่ติดตามเป็นจำนวนมาก และทำให้ธุรกิจได้รับเงินจากโฆษณาหรือสปอนเซอร์ได้

4. เว็บไซต์แหล่งประกาศขายของ

จะเป็นธุรกิจออนไลน์ที่เปรียบเทียบได้กับเป็นตลาดที่จะมีพ่อค้าแม่ค้าต่าง ๆ นำสินค้ามาเสนอขายและผู้ซื้อก็จะมาที่นี่เพื่อเลือกหาสินค้าที่ต้องการ

5. เว็บไซต์ประเภทข้อมูลข่าวสาร

เป็นเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ที่สร้างรายได้จากการติดโฆษณากับ Google Adsense มีการอัพเดทข่าวสารและเนื้อหาบทความที่มีคุณภาพ ก็สามารถสร้างรายได้ได้เป็นจำนวนมาก

โดยจะมีระบบการการันตีความน่าเชื่อถือระดับต่าง ๆ ระบบการจ่ายเงิน ระบบการติดตามที่เว็บไซต์นั้น  ๆ กำหนด เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการมากขึ้น

จะเห็นได้ว่าธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบัน มีหลายประเภท ไม่จำเป็นจะต้องทำเว็บไซต์เพื่อการขายสินค้าอย่างเดียว แต่สามารถปรับใช้กับธุรกิจด้านอื่นได้ เพียงแต่ไม่ได้เปิดหน้าร้าน เป็นตึกแถวหรืออาคารอย่างธุรกิจ offline

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจทำธุรกิจออนไลน์ไม่ว่าประเภทใดที่กล่าวมา ก็ควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งการบริหารธุรกิจและการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จได้ ทั้งด้านจำนวนลูกค้าและยอดขาย

ชวนรู้จักประเภทของธุรกิจออนไลน์ในยุคปัจจุบัน

search engine วัดคุณภาพเว็บไซต์ SEO อย่างไร

ไขข้อสงสัย search engine วัดคุณภาพเว็บไซต์ SEO อย่างไร

การทําเว็บไซต์ในยุคปัจจุบัน จำเป็นต้องมีการใช้รูปแบบ SEO ที่เหมาะสม คือจะต้องมีการปรับทั้งส่วน On-page SEO และ Off-page SEO เพื่อให้ระบบ algorithm ของ search engine อย่าง Yahoo และ Google สามารถวิเคราะห์แล้วประมวลผลออกมา

โดยแสดงผลลัพธ์เป็นการอันดับอันดับเว็บไซต์ที่มีคุณภาพดีที่สุดไว้อันดับ Top รองลงมาคือเว็บไซต์ที่มีความนิยมหรือคุณภาพน้อยกว่า ไล่ลงมาจนถึงหน้าท้าย

ไขข้อสงสัย search engine วัดคุณภาพเว็บไซต์ SEO อย่างไร

การทำงานของ Search Engine เป็นอย่างไร

กูรูทางด้านคอมพิวเตอร์และโปรแกรมอัจฉริยะ อธิบายอย่างง่าย ๆ ไว้ว่า Search Engine จะสามารถลำดับคุณภาพของเว็บไซต์ SEO ได้ ด้วยการถอดรหัสจากหน้าเว็บ แล้วแปลเป็นข้อมูลดิจิตอลลงไปสู่ใน Hard disk ขนาดใหญ่ อันเป็นลักษณะของแหล่งเก็บข้อมูลแบบ Big Data ที่อัดแน่นด้วยข้อมูลจำนวนมโหฬาร

หลังจากนั้นเมื่อถูกเรียกใช้งานจากผู้ใช้ผ่านคอมพิวเตอร์ PC และโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ก็จะเรียกคำค้นหาหรือ Search Query เพื่อที่จะดึงข้อมูลเพจและเว็บไซต์ที่มี keyword และมีบริบทแวดล้อมต่าง ๆ ที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ search engine นำมาเสนอผ่านหน้าจอ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นในเวลาเพียงเสี้ยววินาที เรียกได้ว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของ AI ที่อยู่เหนือความสามารถของมนุษย์อย่างมาก

ทั้งนี้ในระบบ algorithm ของแต่ละเว็บไซต์จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปตามการเขียนโปรแกรมแล้ว ทำให้เห็นได้ว่าเมื่อเราการพิมพ์หาข้อมูล เช่น หาร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ผ่านทาง Yahoo และ Google อันดับที่แสดงออกมาจะไม่ใช่เว็บไซต์เดียวกันทั้งหมด โดยเฉพาะลำดับใน 1-2 หน้าแรก ที่ผู้คนมักให้ความสนใจ จะมีความแตกต่างกันได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นกับวิธีการวิเคราะห์และประมวลผลแบบเฉพาะตัวดังที่กล่าวมาแล้ว

search engine วัดคุณภาพเว็บไซต์ SEO อย่างไร

สำหรับคำถามข้อสงสัยว่าทำไม search engine สามารถวัดระดับคุณภาพของเว็บไซต์ SEO ได้ คำตอบอย่างง่ายก็คือ นอกจากการวิเคราะห์โดยพื้นฐานที่กล่าวมา ยังมีการเพิ่มชุดประมวลผลอื่น ๆ เช่น ด้านของความพึงพอใจ ปริมาณ Traffic ในการเข้าใช้งานของผู้ชมเว็บไซต์จากทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง ฯลฯ

ซึ่งจะมีการแปลงเป็นภาษาดิจิตอลอีกชุดหนึ่ง แล้วมาใช้ในการประมวลผลแบบควบคู่ เพื่อจัดลำดับในการนำเสนออีกครั้งหนึ่งด้วย

ดังนั้นหากใครคิดว่าระบบ algorithm จะสามารถควบคุมได้หรือสามารถที่จะซื้ออันดับการจัดเว็บไซต์ SEO ได้ เรียกว่าไม่เป็นความจริงเลย เพราะว่า Search Engine ใช้ระบบอัลกอริทึมที่มีความซับซ้อนอย่างยิ่ง ภาษาทางการตลาดเรียกว่าเป็น Ranking Factor (ปัจจัยการจัดอันดับ) ที่ประกอบไปด้วยปัจจัยย่อยอีกนับไม่ถ้วน มนุษย์อย่างเราไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้แน่นอน

ไขข้อสงสัย search engine วัดคุณภาพเว็บไซต์ SEO

สิ่งสำคัญที่เราต้องใส่ใจในฐานะของการทำธุรกิจออนไลน์ก็คือการทำเว็บไซต์ SEO ให้มีคุณภาพตามที่ผู้เชี่ยวชาญทางการตลาดแนะนำ มีการใส่ Content เนื้อหาที่น่าสนใจและมีคุณภาพพร้อมกับเชื่อมโยง Backlink ไปถึงเว็บไซต์ภายนอกที่ช่วยส่งเสริมธุรกิจออนไลน์ของคุณ การทำเช่นนี้ก็จะทำให้ลำดับการจัดเว็บไซต์ของคุณดีขึ้นได้ผ่านตรรกะของ algorithm โดยที่คุณไม่ต้องกังวลในสิ่งใด

Tips ไอที ง่าย ๆ เรื่องดี ๆ ที่คุยกับผู้สูงวัยในบ้านได้

Tips ไอที ง่าย ๆ เรื่องดี ๆ ที่คุยกับผู้สูงวัยในบ้านได้

หลายครั้งที่ผู้สูงวัยในบ้านมีการส่งต่อข้อความที่ “แชร์ต่อ ๆ กันมา” ภาพดอกไม้และภาพสัตว์ที่สวยแปลกตา รวมถึงอาจมีคำถามเวลามีอีเมล์ที่ไม่ทราบที่มา หรือมีแอพพลิเคชั่นที่ “เขา” บอกต่อมาให้ดาวน์โหลด เรามาดูกันว่าเคล็ดลับ Tips ไอทีที่เหมาะจะแนะนำผู้สูงวัยในบ้านเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ มีอะไรกันบ้าง

Tips ไอที ง่าย ๆ เรื่องดี ๆ ที่คุยกับผู้สูงวัยในบ้านได้

1. รูปภาพดอกไม้ ภาพสัตว์ต่าง ๆ ส่งต่อได้ไหม?

กฎหมายลิขสิทธิ์เน้นความคุ้มครองผลงานสร้างสรรค์ของเจ้าของหรือผู้มีสิทธิ์ จึงห้ามทำซ้ำ ดัดแปลงหรือเผยแพร่ เพื่อมุ่งประสงค์ทางการค้าหรือหากำไร

ดังนั้น ถ้าไม่ได้ทำสามอย่างนี้ ก็ไม่เป็นความผิด เช่น ที่คุณย่าคุณยายส่งรูปภาพให้เพื่อน ๆ หรือหลาน ๆ ทางไลน์ ในลักษณะติดต่อถึงกัน พร้อมคำอวยพร ส่งความสุขให้กัน แบบนี้ไม่ใช่เพื่อการค้าขาย นับว่าไม่ผิด จะเซฟ (save) ไว้ครอบครองก็ไม่ผิด ควรบอกให้ท่านสบายใจ

2. ส่งภาพหรือข้อความที่บอก “ให้แชร์ต่อ ๆ กันเพื่อ…” ดีไหม?

เคล็ดลับ หรือ Tips ไอที อย่างง่าย ๆ ในการดูข้อความหรือภาพที่มีวัตถุประสงค์หลอกลวงแอบแฝง มักจะมีข้อความหรือคำพูดว่า “เขาบอกมา” “แชร์ต่ออีก…คน แล้วจะโชคดี ได้บุญ..” “แชร์ต่อกันเยอะ ๆ นะ”

การแชร์โดยไม่มีการตรวจสอบก่อน อาจทำให้กลายเป็นคนขาดความน่าเชื่อถือ ส่งผลให้คนอื่น ๆ เข้าใจผิด ตื่นตระหนกและส่งต่อเป็นวงกว้างแบบผิด ๆ สร้างความเสียหายทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อธุรกิจหรือภาพลักษณ์ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับข่าวนั้น ๆ อย่างที่คาดไม่ถึง และที่สำคัญเป็นสิ่งผิดกฎหมายพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ด้วย

บุตรหลานจึงควรแนะนำให้ท่านไม่ส่งต่อและรอดูจากทางสื่อหลัก เช่น ข่าวโทรทัศน์ช่องพื้นฐานที่ไม่เน้นการโฆษณาสินค้าขายของหรือรายการสัมภาษณ์ที่มีพิธีกรและเนื้อหาที่มีคุณภาพ จะดีกว่า

Tips ไอที ง่าย ๆ เรื่องดี ๆ

3. มีอีเมล์ “แปลก ๆ” มาถึง ไม่รู้ของจริงหรือปลอม?

ถ้าเป็นอีเมล์ปลอมมักจะใช้ชื่ออีเมล์ดูดีเป็นทางการ เช่น Apple ID, Apple Music เพื่อหลอกคนรับอีเมล์ว่าส่งมาจากบริษัท Apple และอีกสิ่งที่ต้องดู คือ โดเมนของอีเมล์แอดเดรสที่ส่งมา เช่น ของปลอมคือ no-replysnotificationaccountlogins@newsletter-01vannenza-01.apple.com แต่อีเมล์จริงของ Apple คือAppleSupport@InsideApple.apple.com นอกจากนี้ ในอีเมล์อาจมีไฟล์ภาพ นามสกุล pdf เช่น ภาพใบเสร็จรับเงิน รูปใบกำกับภาษี ที่แลดูน่าเชื่อถือ ตลอดจนเอกสารอื่น ๆ ที่ทำให้เข้าใจผิดว่ามาจากบริษัท Apple จริง ๆ เนื่องจากมีการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ตัดต่อโลโก้ สัญลักษณ์ และวางรูปแบบข้อความที่สมจริง โดยมักมีเนื้อความว่า.. “ท่านได้สั่งซื้อ สินค้า iPhone …” จากบริษัท Apple  รวมถึงมีข้อความเชิญชวนชักจูงให้เปิดไฟล์ pdf ที่แนบมากับอีเมล์โดยเร่งด่วนอีกด้วย

ดังนั้น หากไม่มีการสั่งซื้อสินค้าใด ๆ ก็ไม่ควรเปิดไฟล์ภาพเหล่านั้น และไม่ควรตอบอีเมล์นั้น ๆ ทั้งนี้ ควรโทรศัพท์สอบถามกับทางบริษัทตามเบอร์โทรศัพท์ปกติ (ไม่ควรโทรตามเบอร์โทรศัพท์ในอีเมล์  เพราะอาจเป็นขบวนการหลอกลวงที่ทำงานเป็นทีม)

ไอทีหรืออินเตอร์เน็ต เป็นสิ่งที่กลมกลืนกับวิถีประจำวันของทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านที่ยังต้องเรียนรู้เพื่อการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป การแนะนำ Tip ไอที อย่างง่าย ๆ ให้ผู้สูงวัย จึงเป็นการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และยังเป็น “เรื่องคุย” ที่ดีที่ทำให้ลูกหลานได้ใกล้ชิดญาติผู้ใหญ่ ทั้งยังทำให้ท่านสบายใจว่ามี “กูรู” ที่ทันสมัยอยู่ใกล้ ๆ ถือเป็นโอกาสดีในการตอบแทนพระคุณท่านอีกทางหนึ่งด้วย

แนวทางบริหารร่างกายที่บ้าน แบบง่ายๆใช้เวลาน้อย แต่ได้ผล

การบริหารร่างกายเป็นกิจกรรมสุดแจ๋วเพื่อสุขภาพ อย่าเพิ่งจะมีความรู้สึกว่าควรต้องไปออกแรงนอกบ้านถึงจะได้ประสิทธิภาพที่ดี เพราะว่าอยู่ที่บ้านก็ฟิต แอนด์ เฟิร์มได้เช่นเดียวกัน

มีผู้คนจำนวนมากที่ถูกใจรู้สึกว่าการบริหารร่างกายที่ได้สมรรถนะนั้นควรต้องใช้เครื่องมือหรือบริหารร่างกายนอกสถานที่ซึ่งอันที่จริงแล้วการบริหารร่างกายไม่ว่าจะเป็นตรงไหนก็สามารถทำเป็นทั้งหมด เพราะเหตุว่าอย่าลืมว่าการบริหารร่างกายนอกบ้านก็ยังมีความจำกัดเรื่องสิ่งแวดล้อม ลักษณะอากาศ หรือเวลา ที่บางทีอาจจะเป็นปัญหาได้ อย่าทำให้ปัญหาพวกนั้นมาทำลายความตั้งอกตั้งใจของพวกเราได้ ลองมองแนวทางบริหารร่างกายซึ่งสามารถทำเป็นที่บ้าน ทั้งยัง 15 วิธีการแบบนี้กันเลยดีกว่า ขอบอกว่าถึงจะเป็นการบริหารร่างกายที่บ้านก็สามารถทำให้ร่างกายฟิต แอนด์ เฟิร์มได้แบบเดียวกันนะ

กระโจนเชือก

เริ่มด้วยการบริหารร่างกายสุดเบสิกอย่างการกระโดดเชือก สำหรับหลายๆคนก็คงเคยเล่นกันมาตั้งแต่เด็กๆถึงจะมองกล้วยๆแต่ว่าได้ประสิทธิภาพที่ดีไม่แพ้กับการบริหารร่างกายจำพวกอื่นๆที่นอกเหนือจากที่จะช่วยทำให้เหงื่อซึมได้และยังช่วยเสริมความแข็งแรงให้ร่างกาย และก็ยังได้การครึกครื้นอีกด้วย ซึ่งถ้าหากต้องการให้การกระโจนเชือกไม่มีเบื่อก็ทดลองเชิญชวนคนภายในบ้านมากมายระกระโดดเชือกไปร่วมกัน ก็ดีแล้วไปอีกในลัษณะหนึ่งนะ

พิลาทิส

พิลาทิส เป็นการบริหารร่างกายที่ย้ำสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามภายในร่างกายแบบที่ไม่ต้องออกแรงมากมาย รวมทั้งท่าบริหารร่างกายก็ไม่ได้ยากอะไรเหมือนอย่างที่คิดเพียงในตอนเริ่มต้นควรไปเล่าเรียนอาการที่ถูกจากผู้ที่มีความชำนาญก่อนที่จะดียิ่งกว่า เพื่อการบริหารร่างกายแบบพิลาทิสจะได้มีคุณภาพเพิ่มมากขึ้น

ยืดกล้าม

เป็นกรรมวิธีบริหารร่างกายที่อีกทั้งสร้างความแข็งแรงให้กล้าม รวมทั้งช่วยผ่อนคลายของกล้ามเนื้อจากการทำงานหนักอีกด้วย ลดการบาดเจ็บที่อาจเป็นเพราะการใช้แรงงานที่หนักเกินความจำเป็นได้ ทั้งยังไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องใช้ไม้สอยอะไรก็ตามเพียงแค่ทราบแนวทางการยืดกล้ามที่ถูกก็ทำเป็นแล้วล่ะ

จ๊อกกิ้งคงที่

แม้ไม่สบายที่จะบริหารร่างกายนอกบ้าน แม้กระนั้นก็ต้องการจะจ๊อกกิ้งละก็ ทดลองใช้แนวทางวิ่งคงที่สิ การบริหารร่างกายด้วยการวิ่งคงที่นอกเหนือจากการที่จะช่วยทำให้ร่างกายได้ตื่นตัวแคล่วคล่องว่องไวแล้ว ก็ยังถือได้ว่าเป็นการบริหารร่างกายแบบคาร์ดิโอที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีทั้งยังต่อหัวดวงใจอีกด้วยล่ะ แล้วก็ถ้าเกิดต้องการเพิ่มความท้าให้ตนเองก็เพียงแต่ชูหัวเข่าให้สูงมากขึ้นก็จะมีผลให้ร่างกายได้บริหารร่างกายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างน่าพิศวง

โยคะ

โยคะถือว่าเป็นการบริหารร่างกายที่ได้ประสิทธิภาพที่ดีทั้งยังต่อสุขภาพรวมทั้งจิตใจ ทั้งยังไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุอุปกรณ์ด้วย เพียงแค่มีเพียงแค่เสื่อโยคะก็พอเพียง ส่วนท่าฝึกฝนโยคะก็มีอีกทั้งแบบท่ากล้วยๆไปจนกระทั่งท่าที่จำเป็นต้องใช้ความเชี่ยวชาญ โดยอาจจะเริ่มฝึกฝนด้วยตัวเองหรือเข้าคลาสโยคะเพื่อการฝึกฝนที่ถูกก็ได้จ้ะ บอกเลยว่าถ้าหากทำบ่อยเป็นประจำสุขภาพจะดีอย่างแน่แท้

หกสูง

บางทีก็อาจจะเป็นท่าที่จำต้องใช้ความบากบั่นสูงเสียหน่อย แม้กระนั้นก็ได้ผลดียอดเยี่ยม โดยท่านี้สามารถเผาผลาญแคลอรีได้อย่างต่ำ 50-80 แคลอรีต่อครั้งเลยล่ะ แล้วก็ยังช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดให้สามารถไหลเวียนได้ทั่วร่างกายเยอะขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งถ้าหากต้องการจะเริ่มทำท่านี้ ก็เริ่มจากการนั่งหันเข้ากำแพง แล้วก็เริ่มถีบขาขึ้นเขาอากาศใช้แขนเท้าพื้นไว้ทั้งสองข้างจนกระทั่งจะทรงตัวได้ แม้กระนั้นจำต้องขอบอกว่าอย่าทำท่านี้นานเหลือเกินเนื่องจากอาจจะก่อให้เลือดคั่งได้นะคะ

เต้นรำ

จะมีอะไรซึ่งสามารถช่วยความเครียดลดลงรวมทั้งช่วยบริหารร่างกายได้ดิบได้ดีไปกว่าการเต้นรำอีกล่ะ เพียงแค่เปิดเพลงและก็ขยับร่างกายไปตามจังหวะ ก็สามารถช่วยเผาผลาญแคลอรีได้มากอย่างยิ่งจริงๆ หรือถ้าเกิดเต้นผู้เดียวรู้สึกไม่สนุก ก็สามารถเชิญผู้อื่นมาร่วมด้วย ก็บันเทิงใจไปอีกในลัษณะหนึ่งนะ

พลิกกิ้ง

พลิกกิ้ง ยอดเยี่ยมสำหรับการบริหารร่างกายที่ใช้เวลาไม่นานแม้กระนั้นสามารถช่วยสร้างเสริมกล้ามก้าวหน้า แค่เพียงอยู่ในท่าเริ่มวิดพื้นค้างเอาไว้ เริ่มที่วันละ 30 วินาที รวมทั้งเพิ่มครั้งละ 10 วินาทีไปเรื่อยก็สามารถที่จะช่วยให้แขนที่รองรับน้ำหนักตัวของพวกเรามีความแข็งแรงขึ้น รวมทั้งถ้าเกิดต้องการเพิ่มความท้าอีกหน่อย ก็ทดลองหนุนขาด้วยลูกบอลให้ตัวยกสูงขึ้นมอง แม้กระนั้นก็อย่าฝ่าฝืนจนถึงเกินความจำเป็นเพราะว่าอาจจะทำให้แขนรับน้ำหนักมากเกินความจำเป็นกระทั่งเจ็บได้จ้ะ

กระโจนตบ

ตั้งแต่ยังเด็ก พวกเราทุกคนก็ย่อมรู้จักท่าการบริหารร่างกายนี้จากการบริหารร่างกายในเวลาเช้า หรือไม่ก็ในวิชาพลศึกษา แม้กระนั้นอย่าเพิ่งจะมีความรู้สึกว่าท่ากระโจนตบไร้สาระนะ เนื่องจากว่าผู้กระทำระกระโดดตบก็ถือได้ว่าเป็นการบริหารร่างกายแบบคาร์ดิโอที่ได้คุณภาพสูงเหมือนกัน อีกอย่างยังสามารถทำตอนไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นตอนดูโทรทัศน์ หรือกำลังรอคอยเครื่องซักผ้าดำเนินงาน ก็ได้ทั้งหมดเลย

วิดพื้น

เป็นท่าบริหารร่างกายเบื้องต้นที่ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย แล้วก็สร้างเสริมกล้ามอก พุง แขนแล้วก็ต้นขาให้แข็งแรง เพียงแต่นอนคว่ำลงกับพื้น แล้ววางฝ่ามือลงจนกระทั่งตัวขึ้น ให้ปลายตีนจิกกับพื้น เบาๆชูร่างกายส่วนบนขึ้น แล้วก็ลดตัวลงให้อกใกล้กับพื้นสูงที่สุดโดยที่ร่างกายยังเป็นเส้นตรง ทำใหม่จนกระทั่งครบเซตจากที่ปรารถนาบ่อยๆแต่ละวันรับประกันได้ผลดีโดยไม่ต้องไปบริหารร่างกายนอกบ้านแน่ๆ

เวทเทรนนิ่ง

แนวทางสร้างกล้ามอีกแนวทางหนึ่งที่คุณสามารถทำเป็นเองที่บ้านก็คือการเล่นเวทเทรนนิ่ง เครื่องมือนั้นก็หาไม่ยากไม่ต้องหาซื้อดัมเบลมาเป็นชุดให้เสียเงินตั้งแต่ต้น เพียงแค่หาขวดน้ำขนาดราวๆ 1.5 ลิตร ใส่น้ำให้เต็มแล้วเอาขึ้น-ลงแต่ละวัน ถ้าต้องการให้หนักกว่านี้ก็เปลียนแปลงขนาดขวด ก็จะสามารถช่วยทำให้กล้ามแขนที่ใฝ่ฝันมาทักคุณอย่างแน่แท้ แล้วก็ต่อไป ถ้าหากต้องการจะฝึกฝนสม่ำเสมอก็สามารถไปพบซื้อชุดดัมเบลมาบริหารร่างกายเองที่บ้าน แต่ว่าก็อย่าลืมยืดกล้ามอีกทั้งก่อนและก็ข้างหลังเล่น จะได้ไม่มีการเจ็บ

การขึ้น-ลงบันได

คนใดจะเชื่อล่ะว่าการขึ้น-ลงบันไดก็ถือว่าเป็นการบริหารร่างกายแล้ว แถมยังเป็นการบริหารร่างกายคาร์ดิโอที่ดีเสียด้วยแต่ว่าถ้าหากรู้สึกว่าไม่มีช่องทางจะได้ขึ้น-ลงบันไดเสมอๆที่บ้าน ก็ทดลองแปลงมาคือการใช้บันไดแทนลิฟต์ในสถานที่ทำงานดีแล้วเช่นเดียวกันจ้ะ

ชำระล้างบ้าน

ปัดกวาดบ้าน เช็ดบ้าน ซักผ้า หรือล้างส้วม ล้วนแล้วแต่เป็นกิจกรรมงานบ้านงานเรือนที่พวกเราทำกันอยู่เป็นประจำอย่าพึ่งจะคิดเกี่ยงงอนไม่ต้องการทำเลที่ตั้งย เนื่องจากอันที่จริงแล้วการทำงานบ้านก็เป็นการบริหารร่างกายได้เช่นเดียวกัน นอกเหนือจากที่จะได้บ้านที่สะอาดและก็เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ยังพ่วงมาด้วยร่างกายฟิต แอนด์ เฟิร์ม ที่คุณอาจไม่รู้ตัวอีกด้วยนะ

บริหารร่างกายตามคลิปวิดีโอในยูทูบ

ในสมัยที่เทคโนโลยีเข้าถึงได้ง่ายแทบทุกครอบครัว การบริหารร่างกายก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ใคร่รู้ขั้นตอนการบริหารร่างกายอะไรก็แค่เพียงแค่เปิดมองจากในยูทูบ หรือจะบริหารร่างกายตามกันไปเลยก็ได้ ไม่ต้องออกมาจากบ้านก็บริหารร่างกายได้ มองเห็นไหมล่ะ

บริหารร่างกายด้วยเครื่องไม้เครื่องมือ

ถ้าบ้านหลังไหนพอเพียงจะมีเงินทุนสำหรับในการลงทุนเพื่อสุขภาพ การหาซื้อเครื่องบริหารร่างกายหรือวัสดุอุปกรณ์สำหรับเพื่อการบริหารร่างกายบางสิ่งมาไว้ที่บ้านก็เป็นความคิดที่ไม่เลว บางครั้งอาจจะจำเป็นต้องลงทุนมากมายสักนิดในคราวแรก แม้กระนั้นก็จะได้เครื่องมือที่เป็นของพวกเราเองแล้วก็อยู่กับพวกเราไปนานๆแม้กระนั้นดังนี้ก็จะต้องมีระเบียบกับตนเองด้วยนะมิเช่นนั้นเครื่องบริหารร่างกายที่ซื้อมาบางครั้งอาจจะแปลงเป็นที่ตากผ้าไป 

เป็นยังไงบ้าง การบริหารร่างกายที่บ้านที่ถือมาฝากกันมองง่ายดายเสียยิ่งกว่าที่คิดเลยใช่ไหมล่ะ ในความเป็นจริงแล้วการบริหารร่างกายไม่จำเป็นที่จะต้องไปทำนอกบ้าน แค่เพียงพวกเรามีใจที่ต้องการจะบริหารร่างกายจริงๆรวมทั้งมีวินัยมากมายพอเพียง ถึงแม้ว่าจะคุณอยู่ในบ้าน นอกบ้าน สถานที่สำหรับทำงาน ก็สามารถบริหารร่างกายได้ทั้งหมดเลยจ้ะ

สู้โรคได้สบาย ถ้าเกิดบริหารร่างกายให้ครบสามกลุ่ม

ถ้าพวกเรามีความสามารถการบริหารร่างกายแต่ละจำพวกอย่างแม่นยำ พวกเราก็จะสามารถเลือกกรรมวิธีบริหารร่างกายที่เหมาะสมกับจุดมุ่งหมาย รวมทั้งสิ่งที่จำเป็นของตนได้

ทุกคนคงจะคิดเห็นเช่นเดียวกันว่าการบริหารร่างกายเกิดผลดีต่อร่างกาย แม้กระนั้นอาจมีคนปริมาณไม่มากมายที่ทราบดีว่า การบริหารร่างกายที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดความสมบูรณ์แข็งแรงของสุขภาพนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิดโดยแต่ละชนิดมีผลต่อร่างกายไม่เหมือนกันออกไป ดังนี้ ถ้าหากพวกเรามีความรู้ความเข้าใจการบริหารร่างกายแต่ละจำพวกอย่างแม่นยำ พวกเราก็จะสามารถเลือกขั้นตอนการบริหารร่างกายที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ และก็สิ่งที่จำเป็นของตนได้ โดยการบริหารร่างกายอีกทั้ง 3 ชนิดมีดังนี้

1. การบริหารร่างกายเพื่อความสมบูรณ์แข็งแรงของระบบหัวใจแล้วก็เส้นเลือด (Cardiorespiratory Exercise) 

เป็นการบริหารร่างกายที่มีการเคลื่อนของกล้ามผูกใหญ่ๆมีต้นแบบเป็นจังหวะบ่อยๆเป็นต้นว่า การเดิน การวิ่งใส่ การขี่จักรยาน เต้นแอโรบิก พายเรือ ว่าย อื่นๆอีกมากมาย การบริหารร่างกายจำพวกนี้จะมีผลให้ปอด หัวใจ แล้วก็เส้นเลือดแข็งแรง เพราะว่าระบบภายในร่างกายจำเป็นจะต้องส่งออกสิเจนไปสู่กล้ามให้พอเพียงตลอดระยะเวลา ฉะนั้น การบริหารร่างกายชนิดนี้สามารถช่วยลดการเสี่ยงสำหรับเพื่อการกำเนิดโรคเส้นโลหิตตีบได้ ทำให้ความสามารถหัวใจดียิ่งขึ้น สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆได้มากขึ้น ทำให้ชีพจรเต้นช้าลง ร่างกายของคนที่บริหารร่างกายเพื่อความสมบูรณ์แข็งแรงของระบบหัวใจแล้วก็เส้นเลือด ก็เลยสามารถนำไขมันมาเผาผลาญได้ดีมากยิ่งกว่าคนที่ไม่บริหารร่างกาย 

2. การบริหารร่างกายเพื่อความแข็งแรงแล้วก็คงทนถาวรของกล้าม (Resistance Exercise) 

เป็นกิจกรรมที่ช่วยทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นการใช้พลังงานของร่างกาย การบริหารร่างกายจำพวกนี้จะมีการขยับเขยื้อนร่างกายในแบบต่างๆโดยอาศัยแรงต้านทานจากน้ำหนักร่างกายพวกเราเอง ตัวอย่างเช่น ดันพื้น ดึงข้อลุกนั่ง ฯลฯ หรือเครื่องมือต่างๆเข้าช่วย ดังเช่นว่า ดัมเบล ยางยืด ฯลฯ คนที่บริหารร่างกายจำพวกนี้ จะมีมวลกล้ามเยอะขึ้น ส่งผลให้เกิดการใช้พลังงานแล้วก็มีการเผาผลาญพลังงานเยอะขึ้น 

อย่างไรก็ดี การบริหารร่างกายเพื่อความแข็งแรงรวมทั้งคงทนถาวรของกล้าม มีการเสี่ยงสำหรับคนที่มีโรคความดันเลือดสูง ฉะนั้นควรจะหารือหมอ แล้วก็เลี่ยงกิจกรรมที่มีการเกร็งค้าง เพราะเหตุว่าอาจส่งผลให้ทำให้เป็นอันตรายได้

3. การบริหารร่างกายเพื่อความยืดหยุ่นของกล้าม (Flexibility Exercise) 

เป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามกล้ามส่วนต่างๆเอ็น แล้วก็ตามข้อต่อต่างๆเพื่อสร้างเสริมความยืดหยุ่น ทำให้ร่างกายสามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้อย่างสะดวก ช่วยลดอาการบาดเจ็บที่เกิดกับกล้ามรวมทั้งข้อต่อ ทุเลาลักษณะของการปวดข้างหลังปวดไหล่ บ่า คอ เพิ่มมุมของการเคลื่อนไหวให้ร่างกาย โดยโยคะเป็นแบบยอดนิยมในตอนนี้ การบริหารร่างกายเพื่อความยืดหยุ่นของกล้ามนี้ ควรจะทำตอนหลังการวอร์มร่างกายอย่างยอดเยี่ยมแล้ว และก็ควรจะยืดดูถูกให้ถึงสภาพการณ์ที่กล้ามตึงพอดี และไม่พึงกระทำหักโหมเกินความจำเป็น 

จากที่กล่าวมาทั้งหมดทั้งปวงนี้ ยังคงจำเป็นต้องปฏิบัติร่วมกับการทานอาหารให้ครบ 5 กลุ่ม (อย่าลืมสูตร 2:1:1 ผัก 2เนื้อ 1 แป้ง 1) เพื่อเกิดภาวะความสมดุลของพลังงานตามแนวความคิด Eat = Burn หรือถ้าเกิดไม่ค่อยมั่นใจว่าบริหารร่างกายเยอะแค่ไหนก็เลยจะพอเพียง ก็จำสูตรสู้โรคแบบง่ายๆว่า อย่างต่ำขอให้บริหารร่างกายได้เรื่องหนักในระดับปานกลางขึ้นไป (ทดลองได้ด้วยตัวเองตามหลัก Talk Test เป็น รู้สึกออกจะอิดโรย หายใจเร็วใกล้ขึ้นกว่าธรรมดาแต่ว่าไม่ถึงกับหอบ และก็ยังพอเพียงพูดโต้ตอบได้) ทีละ 10 นาทีต่อเนื่องกันขึ้นไป รวมทั้งทำให้ได้ยอดสุทธิอย่างต่ำ 150นาทีต่ออาทิตย์ จบป่ะ !!

คุณประโยชน์แจ๋วๆของการเดินขึ้น-ลงบันได ที่ไม่ใช่แค่ช่วยลดน้ำหนัก

เดินขึ้น-ลงบันได อีกหนึ่งลู่ทางของการบริหารร่างกาย ซึ่งสามารถทำเป็นทุกเพศ ทุกวัย แต่ละวัน แล้วก็ทุกแห่ง ที่มีบันได !
คำกล่าวอ้างที่ว่าไม่ว่างบริหารร่างกายจะไม่มีอีกต่อไป ด้วยเหตุว่าเพียงแค่พวกเราเดินขึ้น-ลงบันไดก็พอๆกับได้บริหารร่างกายแล้ว แล้วก็ที่สำคัญการเดินขึ้น-ลงบันไดจัดเป็นการบริหารร่างกายที่ง่ายและก็คุ้มสุดๆเนื่องจากว่าไม่มีความจำเป็นที่ต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือหรือความชำนาญพิเศษอะไร กลับได้ประโยชน์อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งถ้าผู้ใดกันแน่สงสัยว่าเพียงแค่เดินขึ้น-ลงบันไดจะได้มีสาระอะไรบ้าง พวกเรามาตามไปดูกันเลย 

1. ดีมากกว่าการเดินแบบธรรมดา 

มีการศึกษาค้นคว้าพบว่าการเดินขึ้น-ลงบันไดช่วยทำให้ร่างกายได้รับผลดีได้เร็วกว่าการเดินธรรมดา เพราะการเดินขึ้นบันได เป็นการเดินต้านทานแรงโน้มถ่วง ทำให้ร่างกายจำต้องใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้น ก็เลยทำให้เพียงแค่เดินขึ้น-ลงบันไดชั่วครู่เดียว ก็ได้ผลดีพอๆกับการเดินธรรมดาแล้ว ด้วยเหตุนี้ผู้ใดที่ถูกใจบริหารร่างกายด้วยการเดินเสมอๆจะทดลองหันมาบริหารร่างกายโดยการขึ้น-ลงบันไดดูบ้าง ก็ไม่เสียหายนะคะ

2. ปวดข้อน้อชูว่าวิ่ง 

การเดินขึ้น-ลงบันไดทำให้พวกเราปวดข้อเท้า ข้อหัวเข่าน้อยกว่าการวิ่ง ด้วยเหตุว่าการวิ่งจะเป็นการลงส้นแบบชนเร็วๆแล้วก็ถี่ๆแต่ว่าการเดินขึ้น-ลงบันไดเป็นเพียงแต่การเคลื่อนไหวร่างกายเฉยๆมิได้นำมาซึ่งการก่อให้เกิดการกระทบมากเท่าไรนัก หรือที่เรียกว่า การบริหารร่างกายแบบ Low-Impact ก็เลยนำมาซึ่งการทำให้มีลักษณะปวดได้น้อยกว่านั่นเองจ้ะ

3. ช่วยลดความอ้วนได้ไม่ยาก

พินิจไหมขา ว่าเวลาขึ้น-ลงบันได พวกเราจะรู้สึกอิดโรยได้ง่ายสุดๆ แม้ว่าจะผ่านไปไม่กี่ขั้น โน่นเป็นด้วยเหตุว่าการเดินขึ้น-ลงบันไดเป็นการบริหารร่างกายแบบแอโรบิก ที่ช่วยทำให้ร่างกายดึงไขมันไปใช้จำนวนไม่ใช่น้อย ก็เลยช่วยลดจำนวนไขมันส่วนเกินที่สะสมภายในร่างกายแล้วน้ำหนักก็จะลดน้อยลงได้ 

ยิ่งกว่านั้น งานศึกษาเรียนรู้จากมหาวิทยาลัยอินเดียนา ยังบอกเหตุผลส่งเสริมเหตุว่า การขึ้นบันไดเฉลี่ยแล้ววันละ 2 ชั้นสามารถลดหุ่นลงได้ 2.7 กก.ในเวลา 1 ปี หรือแม้ขึ้นบันได 6 ชั้นต่อวัน ก็สามารถที่จะช่วยให้น้ำหนักต่ำลงได้ถึงปีละ8.2 กก.อย่างยิ่งจริงๆ ด้วยเหตุนั้นเพียงแค่เดินขึ้น-ลงบันไดเสมอๆก็เชื่อมั่นได้เลยว่าไม่อ้วนแน่นอน

เดินขึ้นบันได

4. หุ่นเฟิร์ม ขาเรียวเล็ก

นอกเหนือจากที่จะช่วยลดหุ่นแล้ว การเดินขึ้น-ลงบันไดยังช่วยฟิตกระชับกล้ามตอนล่างของพวกเราได้ทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นบั้นท้าย ตูด ต้นขา แล้วก็น่อง ช่วยทำให้พวกเรามีหุ่นที่ดูดี กระชับ ฟิต แอนด์ เฟิร์มขึ้นได้ แถมยังส่งผลให้ขาของผู้หญิงมองเรียวเล็กขึ้นได้อย่างไม่ยากเย็นอีกด้วย แล้วก็แม้คนไหนต้องการให้ได้ผลเร็วๆและก็มีคุณภาพเยอะขึ้นเรื่อยๆ จะก้าวขึ้นบันไดครั้งละ 2 ขั้นก็ช่วยได้นะ แม้กระนั้นต้องระมัดระวังลื่นหกล้มด้วยนะคะ

5. ช่วยเผาผลาญแคลอรีได้ดิบได้ดี 

ทราบไหมว่าการเดินขึ้น-ลงบันไดราว 15 นาที สามารถเผาผลาญพลังงานได้ราว 150 กิโลแคลอรีอย่างยิ่งจริงๆ ซึ่งโน่นก็เป็นเพราะเหตุว่าการเดินขึ้นบันไดเป็นการเดินต่อต้านแรงโน้มถ่วง ทำให้ร่างกายพวกเราจำต้องใช้พลังงานมากเพิ่มขึ้น ยิ่งร่างกายทำงานมากก็ยิ่งช่วยเผาผลาญแคลอรีเจริญนั่นเองจ้ะ

เดินขึ้นบันได

6. สร้างเสริมความแข็งแรงให้กระดูก

การเดินขึ้น-ลงบันไดเป็นการบริหารร่างกายที่ช่วยทำให้กล้ามฟิตกระชับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรอบๆเอ็นข้างหลังเข่า น่องต้นขา ตูด และก็พุง พร้อมด้วยสร้างเสริมความแข็งแรงให้กระดูกรวมทั้งกล้าม โดยมีการค้นคว้าวิจัยหลายที่รับรองว่าการขึ้น-ลงบันไดสามารถเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกได้ในหญิงวัยหมดระดูได้ เนื่องจากการเดินขึ้นบันไดจำต้องใช้แรงมากมาย ทำให้มวลกระดูกหนาแน่นขึ้น ก็เลยช่วยลดการเสี่ยงโรคกระดูกพรุนลง เพราะฉะนั้นแล้วผู้หญิงสถานที่ทำงานที่วันๆนั่งอยู่ที่เดิม ไม่ค่อยได้เดินไปไหน เห็นทีจะต้องเดินขึ้น-ลงบันไดให้เยอะขึ้นแล้วล่ะจ้ะ

7. ระงับความเครียด

เว้นเสียแต่คุณประโยชน์ทางร่างกายแล้ว การเดินขึ้น-ลงบันไดยังไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินมากขึ้น ซึ่งสารเอ็นดอร์ฟินเป็นสารที่ความสำราญ ทำให้สมองบรรเทา รู้สึกสบาย สดใส แล้วก็หายเครียดได้จ้ะ 

เดินขึ้นบันได

8. บริหารหัวใจ ไกลห่างโรคร้าย

การบริหารร่างกายแบบแอโรบิกอปิ้งการเดินขึ้น-ลงบันได นำมาซึ่งการทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง และก็มีสมรรถนะดียิ่งขึ้นด้วยนะคะ เนื่องจากการที่พวกเราเดิน-ขึ้นลงบันได ร่างกายจำเป็นจะต้องขยับเขยื้อน เมื่อร่างกายเคลื่อนก็ช่วยทำให้สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงหัวใจก้าวหน้า ซึ่งมีการเรียนพบว่า เพียงแค่เดินขึ้น-ลงวันละ 7 นาที ก็ช่วยลดการเสี่ยงโรคหัวใจลงได้ตั้งกึ่งหนึ่งแล้ว เพราะว่าการเดินขึ้น-ลงบันไดเสมอๆจะช่วยปกป้องเส้นโลหิตตัน ลดระดับความดันเลือดสูงก็เลยลดการเสี่ยงโรคหัวใจต่างๆลงได้ แถมการเดินขึ้น-ลงบันไดยังมีผลให้ปอดขยายออกเพื่อรับออกสิเจนมากเพิ่มขึ้น ช่วยทำให้พวกเราหายใจได้ลึกขึ้นอีกด้วยจ้ะ ก็เลยไม่ฉงนใจที่งานค้นคว้าจะพบว่า หากพวกเราขึ้น-ลงบันไดให้ได้อย่างต่ำวันละ 8-10 ท่องเที่ยว ยังช่วยลดการเสี่ยงสำหรับเพื่อการเสียชีวิตลงได้ถึง 33% เลยด้วย 

วิธีฝึกเดินขึ้น-ลงบันไดบริหารร่างกาย

– เดินยืดข้างหลังตรง คอตรง ไม่น้อมตัวไปด้านหน้า บรรเทาท่อนหัวไหล่
– เดินเต็มเท้า แต่ว่าอย่าชน สายตาชำเลืองมองขั้นบันไดเพื่อคุ้มครองปกป้องการหกล้ม
– ก้าวด้วยจังหวะคงเดิม เป็นประจำ
– แม้ไม่เคยเดินบริหารร่างกาย ควรจะเริ่มจากเดินขึ้นบันไดเพียงแต่ 1 ชั้นก่อน แล้วเดินสลับกับพื้นที่ราบ เกาะราวบันไดไว้ แม้กระนั้นแม้ชำนาญแล้ว ก็เลยปล่อยมือจากราวบันได และก็หลังจากนั้นจึงค่อยๆเพิ่มชั้น

ข้อพึงระวัง

ถึงแม้ว่าการเดินขึ้น-ลงบันไดจะมีสาระ แม้กระนั้นสำหรับผู้ที่มีลักษณะอาการข้อหัวเข่าเสื่อม ข้อต่อเสื่อมก็ไม่สมควรบริหารร่างกายด้วยแนวทางลักษณะนี้ เพราะเหตุว่าการเดินขึ้น-ลงเป็นประจำสามารถไปกระตุ้นให้ลักษณะของการปวดหนักขึ้นได้ และผู้เจ็บป่วยโรคหัวใจ โรคปอด หรือมีประวัติเจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่คล่องแคล่วขณะหรือวันหลังบริหารร่างกาย ก็ควรจะหลบหลีกการบริหารร่างกายด้วยแนวทางลักษณะนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัย

เพียงแค่เดินขึ้น-ลงบันไดกล้วยๆก็ได้ผลดีกับร่างกายมากมายขนาดนี้ โดยเหตุนี้ถ้าเกิดขึ้น-ลงเพียงแค่ไม่กี่ชั้น พวกเราต้องการเชื้อเชิญให้ทุกคนแปลงจากบันไดเลื่อนหรือลิฟต์ มาขึ้น-ลงบันไดปกติเพื่อสร้างความแข็งแรงให้ร่างกาย แถมยังได้ช่วยชาติลดการใช้พลังงาน และก็คุณก็ประหยัดเงินในกระเป๋าไม่ต้องไปเข้าฟิตเนสด้วยนะคะ หรือถ้าเกิดคนไหนต้องการแอดวานซ์ขึ้นมาอีกนิด จะทดลองดูแนวทางด้านล่างนี้ก็ได้

4 ท่าบริหารร่างกายแสนง่าย เบิร์นไขมันได้ 100 แคลอรี่

ท่าบริหารร่างกายกล้วยๆที่ทำเป็นเกือบจะทุกหนทุกแห่ง ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องใช้ไม้สอย ไม่ต้องสิ้นเปลืองสถานที่ 4ท่านี้ช่วยเบิร์น 100 แคลฯ ได้แบบมิได้ยากเย็นแสนเข็ญอะไรเลย

ต้องการลดหุ่นแม้กระนั้นพอนึกถึงการบริหารร่างกายขึ้นมาก็หดหู่หน่อยๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่รังเกียจความยุ่งยากของการบริหารร่างกายแบบควรมีวัสดุอุปกรณ์ จำต้องเตรียมความพร้อมโน่นโน่นนี่มากมายไปหมด จวบจนกระทั่งจะได้บริหารร่างกายจริงๆก็เสียพลังงาน กำลังใจไปไม่รู้เรื่องมากแค่ไหน แล้วก็เพราะว่าอย่างนี้ทำให้ใครหลายๆคนไม่ค่อยจะยอมบริหารร่างกาย แม้กระนั้นทราบหรือเปล่าว่าพวกเราสามารถบริหารร่างกายกล้วยๆถึงที่กะไว้บ้าน แล้วก็ทุกหนทุกแห่ง ด้วย 4 ท่าบริหารร่างกายเบื้องต้น เด็กๆยังจำเป็นต้องร้องว่าจิ๊บๆแม้กระนั้นช่วยเบิร์นได้ตั้ง 100 แคล ยิ่งทำหลายๆเซตก็จะช่วยเผาผลาญแคลอรีได้อีกไม่รู้จักเยอะแค่ไหนเลยนะ คอยอะไรล่ะ จัดเลย !

1. กระโจนตบ
ยืนเท้าชิดกัน หลังจากนั้นย่อตัวบางส่วนแล้วกระโจน โดยขาทั้งคู่แยกออกข้างๆ แขนเอาขึ้นไปให้เหนือหัว มือตบกันเป็นจังหวะเดียวกับที่ขาแยกออกมาจากกัน ทำใหม่ทั้งผอง 15 ครั้ง นับเป็น 1 เซต

2. สิตอัพ
นอนลงกับพื้นและก็ชันเข่าขึ้น เท้าชูทำมุม 90 องศากับพื้น แล้วชูลำตัวขึ้นในลักษณะโค้งเป็นตัว C ออกแรงเกร็งท้อง ส่วนลำตัวตอนบนควรจะอยู่ในแนวเดียวกันกับท้อง เกร็งท้องน้อย แล้วนอนลงไปโดยหัวไม่สัมผัสพื้น หลังจากนั้นชูลำตัวขึ้นมาอีก ทำทั้งปวง 15-20 ครั้ง นับเป็น 1 เซต

3. วิดพื้น
ตั้งท่าในทำนองเดียวกับท่าพลิกก์ แล้วออกแรงชูทั้งยังลำตัวกระทั่งแขนดูถูกตึง ลำตัวตั้งแต่ตอนหัวไหล่ยาวไปถึงปลายตีนจำต้องอยู่ในแนวเดียวกัน ท้องไม่หย่อนยาน รวมทั้งตูดไม่โด่ง ที่สำคัญบากบั่นเกร็งท้องไว้ตลอดด้วย ทำทั้งปวง 10-15 ครั้ง นับเป็น 1 เซต

4. สควอต
ดันตูดไปข้างหลังในท่านั่งยองหัวเข่าไม่เลยปลายตีน ส้นทั้งสิ้นชิดกับพื้น ข้างหลังยืดตรงและก็อยู่ในราบเดียวกับตอนไหล่ แขม่วท้อง ทำทั้งสิ้น 15-20 ครั้ง นับเป็น 1 เซต

การบริหารร่างกายตามอารมณ์ เกิดผลดีเช่นไร

บริหารร่างกายตามอารมณ์ (Lisa)

อย่าทำให้อารมณ์ของคุณ-ไม่ว่าดีหรือร้าย มาบ่อนทำลายการบริหารร่างกายของคุณ

ไม่ว่าคุณจะถูกใจบริหารร่างกายมากแค่ไหน มันบางครั้งอาจจะยากที่จะลุกไปเข้าคลาสแอโรบิก ในช่วงเวลาที่มีเรื่องมีราวยุ่งๆในสถานที่สำหรับทำงาน หรือแม่ของคุณกำลังเจ็บไข้ แม้กระนั้นการศึกษาค้นคว้าวิจัยทำให้เห็นว่าถึงแม้ว่าจะการบริหารร่างกายแบบเบาๆก็สามารถทำให้อารมณ์ของคุณดียิ่งขึ้นได้

“คนเป็นจำนวนมากมายงดเว้นการบริหารร่างกายในเวลาอารมณ์ไม่ค่อยดี เพราะเหตุว่าไม่มีพลังใจเพียงพอ” ผู้ที่มีความชำนาญด้านการบริหารร่างกายและก็สุขภาพทางจิต ดร.แจ็ค แรคลิน ที่มหาวิทยาลัยอินเดียน่าบอก “เทคนิคอยู่ที่การหาการอคอยอกพลังกายที่เหมาะสมกับอารมณ์ของคุณในตอนนั้นๆ”

ต่อแต่นี้ไปเป็นข้อเสนอสำหรับในการรักษาการบริหารร่างกายเอาไว้ให้ได้ ไม่ว่าสภาวะจิตใจของคุณจะคืออะไรก็ตาม

ในตอนที่คุณโกรธ 

ถึงแม้ว่าคุณอาจจะต้องการระบายออก แต่งดกาคอยอกกำลังได้แก่ คิกบ๊อกซิ่งเอาไว้จะดีมากกว่า เพราะว่าคุณไม่บางทีอาจปล่อยความโกรธเคืองออกมาจากตัวได้ด้วยการชก ทดลองทำบางสิ่งบางอย่างที่จะต้องใช้สมาธิ แล้วก็ทำให้ท่านเลิกตั้งใจในสิ่งที่ทำให้ท่านโกรธแทน ได้แก่ เข้าคลาสแอโรบิกที่คุณไม่เคยลองก่อน การศึกษาท่าเต้นใหม่ๆจะเบี่ยงเบนจิตใจคุณไปจากสิ่งที่ทำให้ท่านโกรธได้

ในช่วงเวลาที่คุณเศร้าใจ 

การเล่าเรียนทำให้เห็นว่าการบริหารร่างกายแบบเบาๆราว 40 เปอร์เซ็นต์ของอัตราการเต้นของหัวใจ จะก่อให้อารมณ์คุณมีชีวิตชีวาแจ่มใสขึ้นได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าว หากคุณไม่ต้องการที่จะอยากทำอะไรที่จำเป็นต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนมากทดลองทำกิจกรรมเพลิดเพลินๆที่คุณถูกใจ ตัวอย่างเช่น ปลูกต้นไม้ หรือไปเดินเที่ยวในสวนสาธารณะ เพื่อบรรเทาจิตใจ แล้วก็ยังได้บริหารร่างกายด้วย

ในตอนที่คุณรู้สึกเบื่อ

การอยู่กับผู้อื่นเป็นแนวทางที่ง่ายและก็เร็วทันใจสำหรับการเอาชนะความน่าเบื่อ การเล่นกีฬากับคนอื่นๆยิ่งดีมากกว่าเป็นต้นว่า เล่นเทนนิสหรือกอล์ฟ หรือร่วมฝูงชนที่เดิน หรือปั่นจักรยานเสมอๆ การได้อยู่ที่โล่งแจ้งกับผู้อื่นทำให้ขมีขมันรวมทั้งทำให้ท่านไม่เบื่อ

ในเวลาที่คุณเครียด

เมื่อสมองเต็มทื่อและก็ไม่สบายใจ คุณต้องแปรไปสู่กิจกรรมที่ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ความนึกคิด เพื่อทำให้มันสงบลงวิธีการทำอะไรบ่อยๆดังเช่น ว่าย หรือเดินบนทางกระแสไฟฟ้าแทบจะไม่จำเป็นต้องใช้ความนึกคิด มันก็เลยมีคุณภาพอย่างยิ่งสำหรับในการลดความรู้สึกเครียด แล้วก็เพิ่มความเงียบสงบ

ในช่วงเวลาที่คุณสุขสบาย

อารมณ์อิ่มสุขอาจจะก่อให้การบริหารร่างกายเป๋ได้ง่ายพอกับความซึมเศร้า ทดลองใช้ประโยชน์จากอารมณ์แจ่มใสของคุณ สำหรับเพื่อการออกไปภายนอกรวมทั้งท้าตนเองให้เยอะขึ้น มองสิคุณสามารถวิ่งได้ไกลกว่าเดิมมั้ย หรือกีฬายกน้ำหนักมากขึ้นอีกเซ็ตได้หรือไม่ ใช้พลังงานที่มีเพื่อทำให้ตนเองกระปรี้กระเปร่ากว่าเดิม