ต้นไม้สวยที่ฟอกอากาศได้ คนรักต้นไม้ควรรู้

ต้นไม้สวยที่ฟอกอากาศได้ คนรักต้นไม้ควรรู้

การปลูกต้นไม้ นับว่าเป็นงานอดิเรกที่ช่วยให้มีสมาธิและอารมณ์แจ่มใสยิ่งขึ้น ทั้งยังทำให้สร้างบรรยากาศที่ดีจากความเขียวขจีรอบบ้าน ทั้งนี้มีต้นไม้หลายชนิดที่มีความสามารถดูดซับสารพิษหรือฟอกอากาศได้ จึงนิยมนำมาปลูกในบ้าน เพื่อปรับคุณภาพของอากาศ ควบคู่กับการให้ความสวยงาม

เรามาดูกันว่ามีต้นไม้สวยอะไรบ้าง ที่ควรปลูกเพื่อฟอกอากาศในบ้านให้สดชื่น

1. ปาล์มสิบสองปันนา ไม้ปาล์มมีความเป็นเอกลักษณ์ที่ใบเป็นทรงโปร่งยาว ช่วยในการดูดซับสารไซรีนที่มาจากสีและสารเคลือบเงาที่ทาโต๊ะ ตู้ เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ในบ้านได้ ปาล์มสิบสองปันนาได้รับความนิยมสูง เพราะปลูกในที่แสงน้อยได้ และไม่จำเป็นต้องรดน้ำบ่อย

2. ต้นเฟิร์น พืชตระกูลเฟิร์นมีใบเล็กประกอบบนก้านใบที่สวยงาม และยังมีใบอ่อนที่ม้วนงอเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ดูเพลินตา ตัวอย่างพันธุ์ที่นิยมได้แก่ เฟิร์นดาบออสเตรเลีย บอสตันเฟิร์น สามารถดูดซับสารพิษในอากาศได้ในระดับปานกลาง ทั้งนี้ต้องใส่ใจการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันใบเหี่ยวแห้งและร่วงง่าย

3. แก้วกาญจนา เป็นต้นไม้ที่มีก้านใบสีชมพูและใบเป็นสีด่างขาวบนพื้นเขียว ที่มีความสวยงามอย่างมาก นับเป็นต้นไม้ที่มีความทนทานสูง เจริญได้ดีแม้ปลูกในบ้านหรือคอนโดมีเนียมที่มีแสงสว่างน้อยสามารถดูดซับสารพิษช่วยในการฟอกอากาศให้สดชื่นได้ ขณะเดียวกัน ยังคายน้ำออกจากใบช่วยสร้างบรรยากาศที่ชุ่มชื้นในบ้านมากยิ่งขึ้น

4. เสน่ห์จันทร์แดง เป็นไม้ประดับที่มีใบเอกลักษณ์รูปทรงหัวใจสีเขียวแก่ แต่หากเป็นใบอ่อนจะสีขาว ซึ่งตัดกับสีของส่วนก้านใบที่เป็นสีแดง ทำให้ดูสวยงามแปลกตา นิยมปลูกในกระถางทั้งในบ้านและออฟฟิศ เพราะช่วยดูดซับสารพิษกลุ่มแอมโมเนีย ซึ่งมักมีระดับสูงในย่านอุตสาหกรรม ทั้งนี้คนโบราณก็มีความเชื่อว่าการปลูกต้นเสน่ห์จันทร์แดงจะเรียกโชคลาภและสร้างเสน่ห์ให้เจ้าของได้

5. ต้นวาสนา เป็นไม้ใบขนาดใหญ่ที่ไม่มีก้านแตกย่อยอย่างต้นไม้ทั่วไป สามารถลดสารฟอร์มาลดีไฮด์ในอากาศ ที่มักมาจากการเผาไหม้ ควันจากท่อไอเสียได้เป็นอย่างดี และยังเป็นไม้ประดับอีกชนิดหนึ่งที่มีชื่อเป็นมงคล จึงนิยมปลูกทั่วไปทั้งในบ้าน สำนักงาน หน่วยงานเอกชนและสถานที่ราชการ

จะเห็นได้ว่า ไม้ใบไม้ประดับที่ยกตัวอย่างมาทั้ง 5 ชนิด ล้วนมีความสวยงามตามธรรมชาติ ทำให้รู้สึกสดชื่นเมื่อได้เห็น และยังทำให้คุณภาพของอากาศที่แวดล้อมผู้อยู่อาศัยในบ้านหรืออาคารมีความสะอาด ปลอดมลพิษยิ่งขึ้น หวังว่าบทความนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกท่านหันมาปลูกต้นไม้กันมากขึ้นทั้งในบ้านและรอบอาคาร เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีและมีอากาศบริสุทธิ์สดชื่น

ต้นวาสนา

การเริ่มต้นออมเงินก็ไม่มีคำว่า สายเกินไป

อยากมีเงิน 10 ล้านบาท ใน 30 ปี ทำได้หรือไม่

ถ้าคุณอ่านบทความนี้จบ อาจจะนึกเสียดายที่รู้ช้าเกินไป หรือทำไมไม่มีการแนะนำเทคนิคนี้ตั้งแต่ตอนวัยเรียน ไม่ว่าตอนนี้คุณจะอายุเท่าไหร่ การเริ่มต้นออมเงินก็ไม่มีคำว่า “สายเกินไป” โดยเฉพาะกับคำว่า เงินล้าน เป็นคำที่ดูสูงเกินเอื้อมสำหรับใครหลายคน แล้วถ้าเป็น 10 ล้านบาท ก็ยิ่งดูแล้วห่างไกลใช่หรือไม่ โดยเฉพาะคนทำงานกินเงินเดือนโดยทั่วไป แต่เชื่อหรือไม่ว่า คุณก็อาจจะมีเงิน 10 ล้านบาทได้ถ้าตั้งใจ โดยวิธีการที่ไม่ยากเลย ไม่ต้องขาย ไม่ต้องทำธุรกิจ ฟังดูเหมือนฝันใช่ไหม ต่อไปนี้เป็นเทคนิคที่นำมาเสนอให้ผู้อ่านลองพิจารณาดู

เทคนิคที่ว่านั้นก็คือ การออมเงิน! ใช่แล้ว การออมเงินธรรมดา ๆ นี่เอง ที่ทุกคนเรียนรู้มาตั้งแต่เด็ก แต่จะออมอย่างไร ใช้เงินเท่าไหร่ เป็นเวลานานเท่าใด ก็ขอให้ดูตามลำดับดังนี้

ก่อนอื่นต้องตั้งเป้าหมายการออมก่อน ซึ่งในที่นี้ต้องเป็นระยะยาว เพราะเงิน 10 ล้านบาท ย่อมไม่ได้มาง่าย ๆ ในเวลา 1-2 ปี แต่จะต้องเป็น 20-30 ปี สำหรับมนุษย์เงินเดือน หลังจากนั้นให้ศึกษาความเป็นไปได้ก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถทำได้จริง ซึ่งเราได้นำข้อมูลมาให้แล้ว จากการคำนวณด้วยเว็บไซต์ https://www.msn.com/th-th/money/tools/savingscalculator ซึ่งจะให้กำหนดเป้าหมายการออม จำนวนเงินตั้งต้น ระยะเวลาออม %ดอกเบี้ย เพื่อค้นหาว่าจะต้องออมเงินกี่บาทต่อเดือน ให้บรรลุเป้าหมาย

เราจึงลองใส่ค่าที่ต้องการลงไป ด้วยเงินเป้าหมาย 10 ล้านบาท และระยะเวลา 30 ปี ได้ผลดังนี้

ในการบรรลุเป้าหมายเงินออมจำนวน ฿10,000,000 ใน 30 ปี ในอัตราดอกเบี้ยต่อปีที่ 12% แต่ละเดือนคุณต้องลงทุนเป็นจำนวน ฿3,453

ทำได้ไหม? ในการออมเงินเดือนละ 3,453 บาทต่อเดือน ในการลงทุนที่ให้ผลตอบแทน 12% ต่อปี โดยออมเงินเท่ากันในทุก ๆ เดือนไปเรื่อย ๆ สมมติว่าเริ่มทำงานตอนอายุ 22 ปี ก็หมายความว่าเมื่ออายุ 52 ปี ก็จะมีเงินเก็บ 10 ล้านบาท ตามตารางคำนวณด้านล่างนี้
ปี

ตารางดอกเบี้ยสะสม

จะเห็นว่ามีความเป็นไปได้อย่างมาก กับการออมเงินเพียงประมาณ 3,500 บาทต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งไม่เหลือบ่ากว่าแรงแน่นอน หากมีความตั้งใจจริง แต่ต้องเลือกลงทุนในกองทุนหรือหุ้นพื้นฐานที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ มั่นคงในระยะยาว ถ้าได้ผลตอบแทน 12% ต่อปี ตามแผน ก็ไม่ยากที่จะได้เงิน 10 ล้านบาทในที่สุด ซึ่งวิธีนี้ดูมีความหวังมากกว่าการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเพราะเงินลงทุนย่อมไม่สูญเปล่า แม้จะมีความผันผวนได้ แต่ก็ต้องได้ดอกเบี้ยมากน้อยตามส่วน

ในวัย 50 ปีก็ยังมีเรี่ยวแรงมีพลังอยู่ถ้าดูแลสุขภาพได้ดี เงินก้อนนี้ก็สามารถเก็บไว้ต่อยอดการลงทุนต่อไป หรือสำรองไว้ใช้ยามเกษียณอายุจากงานแล้ว แบ่งเงินไปท่องเที่ยวหรือทำสิ่งที่รักได้ ซึ่งจะทำให้มีความคล่องตัวทางการเงินมากกว่าแน่นอนเมื่อเทียบกับคนที่ไม่วางแผนการลงทุนเลย สิ่งเหล่านี้ไม่มีสอนในโรงเรียนแต่ต้องหาวิธีกันเองหลังจากการทำงาน แทนที่จะเฝ้าคิดถึงแต่การซื้อของฟุ่มเฟือยมาตอบสนองความต้องการตนเอง ควรมองหาแผนการออมและทำอย่างมีวินัยเพื่อเป้าหมายใหญ่เงิน 10 ล้านบาทที่รออยู่ข้างหน้า

อยากมีเงิน 10 ล้านบาท ใน 30 ปี ทำได้หรือไม่

หายโกรธได้ด้วยเทคนิคง่ายๆ วิธีเอาชนะความโกรธ

หายโกรธได้ด้วยเทคนิคง่ายๆ วิธีเอาชนะความโกรธ

ความโกรธเป็นอารมณ์ชนิดหนึ่งเช่นเดียวกับ รัก โลภ โกรธ หลง เชื่อว่าบนโลกใบนี้ไม่มีใครที่ไม่เคยรู้สึกโกรธ เพียงแต่ว่าเมื่อเราโกรธนั้น เราเลือกที่จะแสดงออกมามากน้อยขนาดไหน ความโกรธเป็นอารมณ์ปกติของมนุษย์หากแสดงออกน้อยก็ถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากแสดงออกมากก็อาจจะทำให้เกิดเป็นปัญหาในด้านต่าง ๆ ตามมาได้

และเนื่องจากสังคมมีกฎเกณฑ์ และมีกฎหมายที่เป็นตัวควบคุมการแสดงออกทางพฤติกรรมของมนุษย์ไม่ให้มีการล้ำเส้นมากจนเกินไป จนทำให้เกิดการไปเบียดเบียน หรือทำร้ายผู้อื่นได้

ดังนั้น วันนี้เราจึงมี 7 วิธีเอาชนะความโกรธมาฝากกัน

หายใจเข้า-ออกลึก ๆ

เมื่อเรารู้สึกโกรธ ไม่พอใจใคร ให้สูดหายใจเข้าลึก ๆ หายใจออกยาว ๆ วนแบบนี้ไปเรื่อย ๆ การสูดเอาออกซิเจนเข้าไปในร่างกายจะช่วยให้สมองและเซลล์ของเราสดชื่น และหลั่งสารที่มีชื่อว่า เอนดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขออกมา ทำให้เราหายจากอาการโกรธได้

เปลี่ยนอิริยาบถในทันที

เมื่อเรากำลังรู้สึกโกรธ ร่างกายจะตกลงไปตามแรงโน้มถ่วงส่งผลให้เรายิ่งทวีความไม่พอใจมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเราจึงควรเปลี่ยนท่าทาง อิริยาบถในทันที เช่น ถ้าเรานั่งอยู่ก็ให้ยืนเพื่อยืดเส้นยืดสายให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย ถ้าเรากำลังยืนอยู่ก็ให้เดินไปด้านนอกเพื่อสูดอากาศสักหน่อย ความโกรธที่มีจะช่วยเบาบางลงเมื่อเราเปลี่ยนอิริยาบถในทันที

คุยกับเพื่อนสนิท

บางครั้งเมื่อเรารู้สึกไม่พอใจ หรือโกรธใครมาก ๆ การเก็บไว้คนเดียวจะยิ่งทำให้ความโกรธนั้นยังครุกรุ่นอยู่ไม่จางหายไปง่าย ๆ ดังนั้นการพูดกับใครสักคนก็จะเป็นการระบายความโกรธออกไปจากใจของเราได้ ไม่จำเป็นว่าคนนั้นจะช่วยอะไรเราได้หรือไม่ แต่เชื่อไหมว่าแค่การได้ระบายกับใครสักคนที่เราไว้ใจมาก ๆ ก็ทำให้ความโกรธที่มีในใจเราเบาบางคลี่คลายไปได้จนเกือบหมดเลยนะ

ดูหนังตลก

ถ้าไม่รู้จะพูดกับใคร หรือไม่อยากออกไปข้างนอก เปิดยูทูบดูคลิปตลกเลย เป็นการเปลี่ยนอารมณ์ได้ในทันทีเลยนะ ทีนี้จากที่โกรธอยู่ก็จะกลายเป็นอารมณ์ดีขึ้นมาได้ในทันทีเลย

7 วิธีเอาชนะความโกรธ

ฟังเพลงจังหวะสนุก ๆ

หรือถ้าคุณไม่สามารถที่จะดูหนัง เปิดคลิปได้ การฟังเพลงก็สามารถช่วยได้เช่นกัน เปิดเพลงที่เราชอบฟังบ่อย ๆ หรือเปิดเพลงที่มีจังหวะสนุก ๆ หน่อยก็เป็นการเปลี่ยนอารมณ์ได้ในทันทีเช่นกัน

อ่านหนังสือการ์ตูน

สายหนังสือก็ต้องนี่เลย หนังสือการ์ตูนเรื่องโปรด (ถ้าไม่มี ก็อาจจะเป็นขายหัวเราะก็ได้นะ) หรือหนังสือที่เราชอบหยิบขึ้นมาอ่านเล่น และอ่านให้ได้อย่างน้อย 10-15นาที รับรองหายโกรธได้แน่นอน

เขียนใส่กระดาษ

ข้อนี้จะคล้าย ๆ กับการเล่าให้เพื่อนสนิทฟัง ถ้าเราไม่อยากเล่าให้ใครฟังเราก็เขียนระบายในกระดาษแทนก็ได้ วิธีนี้ก็ได้ผลเหมือนกันเขียนในสิ่งที่เราไม่พอใจลงไป แล้วความโกรธในใจเราก็จะเบาบางลงเช่นกัน แต่พอเขียนเสร็จแล้วอย่าลืมทำลายทิ้งนะ เพราะใครมาเห็นเข้ามันจะไม่ดี

ความโกรธไม่ดีต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของเรา เลิกโกรธและหันมายิ้มให้กันเพื่อเพิ่มสารแห่งความสุขให้ร่างกาย จิตใจของเราแทนกันดีกว่า

ชวนทำความรู้จักโรคออฟฟิศซินโดรม

ชวนทำความรู้จักโรคออฟฟิศซินโดรม ปัญหาสุขภาพของคนรุ่นใหม่ 2019

ปัจจุบันโรคออฟฟิศซินโดรมพบในกลุ่มนักเรียนและวัยทำงานมากขึ้น เนื่องจากมักทำงานอยู่ในท่าทางเดิมเป็นเวลานาน เช่น นั่งพิมพ์คอมพิวเตอร์ เล่นเกมออนไลน์ ดูหนังจากมือถือ ฯลฯ ทำให้มีการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อบางส่วนนานเกินไป เกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ รวมถึงส่งผลต่อปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาด้วย

ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับโรคออฟฟิศซินโดรมมาให้ทุกท่านได้สำรวจตนเองและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้ห่างไกลจากโรคนี้

โรคออฟฟิศซินโดรม มีอาการที่สังเกตได้ใน 3 ระบบของร่างกาย คือ

1. การมองเห็น มักจะมีอาการดวงตาแห้ง ระคายเคืองตา สายตาพร่า ฯลฯ เนื่องจากการจ้องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน การใช้โทรศัพท์มือถืออย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมง ทำให้ได้รับรังสีสีฟ้าที่ทำให้ดวงตาอ่อนล้า รวมถึงการดูหนัง หรือใช้คอมพิวเตอร์ในที่แสงสว่างไม่เพียงพอด้วย

2. การหายใจ จะสังเกตเห็นได้ชัดถ้านั่งทำงานอยู่ในห้องที่มีพื้นที่จำกัดและอากาศถ่ายเทไม่เพียงพอ ซึ่งทำให้มีอาการหายใจไม่สะดวก แน่นหน้าอก เวียนศีรษะง่าย ภูมิแพ้ รวมถึงเสี่ยงต่อการเป็นโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจง่ายกว่าคนที่ทำงานในพื้นที่เปิดโล่ง นอกจากนี้ หากมีการใช้งานเครื่องถ่ายเอกสารเป็นประจำในห้อง ก็จะมีการสะสมของละอองหมึกพิมพ์ในระบบทางเดินหายใจ เกิดอาการอักเสบของปอดและหลอดลมในระยะยาวได้

3. การอักเสบของกล้ามเนื้อ เช่น ไหล่ หลัง บั้นเอว ที่จะมีอาการตึงเกร็งในระหว่างการพิมพ์งานหรือการประชุมเป็นเวลานาน โดยเฉพาะหากเก้าอี้มีความอ่อนนุ่มหรือเอนมากเกินไป ก็จะทำให้มีอาการปวดหลังและเอวตามมาได้

การรักษาโรคออฟฟิศซินโดรมประกอบด้วย

1. การปรับพฤติกรรมในการทำงาน ได้แก่ ลดชั่วโมงในการทำงานต่อเนื่อง เฉลี่ยงานแต่ละประเภท ให้มีทั้งส่วนที่ต้องนั่งประชุมอยู่กับที่และการเดินตรวจงานไปมาสลับกันในแต่ละวัน

2. การปรับท่าในการนั่งเก้าอี้และในรถควรจะปรับระดับความสูงและองศาการเอนตัวที่เหมาะสม ไม่นั่งไขว่ห้างที่จะทำให้การเทน้ำหนักร่างกายไม่สมดุล

3. เพิ่มการยืดเหยียดกล้ามเนื้อเป็นระยะ ทุก 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง จะทำให้ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อและได้พักความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อรอบดวงตา

4. ลดความเครียดระหว่างการทำงานด้วยการพูดคุยเรื่องทั่วไป ฟังเพลงผ่อนคลายบ้าง

5. นวดเพื่อสุขภาพ ทั้งนี้หากมีโรคประจำตัว ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะอาจจะส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายได้

6. อาจต้องทำกายภาพบำบัดร่วมกับการรับประทานยา สำหรับผู้ที่เป็นขั้นรุนแรง

โรคออฟฟิศซินโดรมอยู่ใกล้ตัวทุกคนมากกว่าที่คิด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่องตามที่กล่าวมา จะช่วยให้ทุกท่านห่างไกลจากโรคนี้ได้

ปัญหาสุขภาพของคนรุ่นใหม่ 2019

คลายความทุกข์ได้ง่ายๆ สมาธิคลายทุกข์

คลายความทุกข์ได้ง่ายๆ สมาธิคลายทุกข์

คนเราทุกคนล้วนแต่มีทั้งความสุข ความทุกข์ และปัญหาต่างๆเข้ามามากมาย แต่คนเราจะมีวิธีขจัดหรือคลายความทุกข์และปัญหาให้ตนเองมีความสุขได้อย่างไรนั้นก็จะขึ้นอยู่กับเรื่องราวของแต่ละคนที่พบเจอแตกต่างกันออกไป

การหาวิธีคลายทุกข์จึงแตกต่างกันออกไป บางคนอาจจะหาวิธีคลายทุกข์ด้วยการไปดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ ไปเที่ยวผ่อนคลายสูดอากาศธรรมชาติ หรือบางคนเมื่อเจอเรื่องทุกข์อาจจะเก็บตัว นอนร้องไห้ ข้าวปลาไม่กิน น้อยใจตัวเอง จนลามไปถึงขั้นอยากฆ่าตัวตายเพื่อหลบหนีปัญหา เพราะมัวแต่คิดถึงปัญหาว่าทำไมฉันต้องพบเจอเรื่องแบบนี้ด้วยนะ จนลืมมองถึงทางออกที่จะพาตัวเองให้หลุดจากเรื่องราวร้ายๆ

วิธีง่ายๆที่ช่วยให้มีพลังบวก

การทำสมาธินับเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยให้เราสามารถผ่านปัญหาเลวร้ายไปได้เช่นกัน การทำสมาธิเป็นวิธีง่ายๆที่ทุกคนก็สามารถทำได้และไม่ได้มีค่าใช้จ่ายอะไรมากมาย การทำสมาธิไม่จำเป็นจะต้องนั่งทำในวัดอย่างเดียวเสมอไป อยู่ที่ไหนท่านก็สามารถทำได้ เพียงแค่หาสถานที่สงบๆ ที่ทำให้จิตใจเรานิ่งไม่วอกแวก สติให้อยู่กับตัวเองตลอดเวลาหายใจเข้าให้รู้ว่าหายใจเข้า หายใจออกให้รู้ว่าหายใจออก เดินให้รู้ว่ากำลังเดิน บางคนอาจจะใช้วิธีทำสมาธิโดยการนั่งขัดสมาธิมือทั้งสองข้างประสานกันแล้วหลับตา หรือบางคนอาจจะใช้วิธีทำสมาธิโดยการเดินจงกรม จะทำสมาธิโดยวิธีไหนๆ ก็ไม่ผิด หากท่านลองปฏิบัติบ่อยๆ จนเกิดความเคยชินไม่ว่าเจอเรื่องอะไรเราก็จะผ่านมันไปได้ สมาธิอาจจะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาในทันทีแต่สมาธิจะช่วยให้เรามีสติในการดำเนินชีวิตและลดอารมณ์ของเราลงได้ จากเมื่อก่อนเราอาจจะเป็นคนที่พอเจอเรื่องทุกข์ใจหรือปัญหาเข้ามาแล้วเกิดความเครียด หาทางออกไม่เจอ ใจร้อน โวยวายต่างๆ นาๆ พอได้ใช้สมาธิเข้ามาช่วยลดอารมณ์เราอาจจะกลายเป็นคนที่กล้าเผชิญต่อสู้กับความทุกข์ และปัญหาได้อย่างมีสติก็เป็นได้

ดังนั้นการทำสมาธิถือเป็นเรื่องที่ดีที่น่าปฏิบัติ และนับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการช่วยแก้ปัญหาได้ อย่างเช่นคำที่โบราณกล่าวเอาไว้ว่า “เมื่อสติมาปัญญาก็จะเกิด สติเตลิดก็จะเกิดแต่ปัญหา” หมั่นฝึกฝนแล้วปฏิบัติให้เป็นความเคยชินเป็นกิจวัตรประจำวัน และไม่ว่าเราจะเจออุปสรรคปัญหาที่เข้ามาหาเรามากน้อยเพียงใด เราก็จะมองปัญหาที่เข้ามานั้นเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อยของชีวิตที่เราพร้อมจะฝ่ามันไปได้ในทุกๆเรื่องโดยใช้สติของตัวเราเอง “ตนควรเป็นที่พึ่งแห่งตน” สติของเราไม่มีใครทำแทนได้นอกจากตัวของเราเอง

ชวนรู้จักประเภทของธุรกิจออนไลน์

ชวนรู้จักประเภทของธุรกิจออนไลน์ในยุคปัจจุบัน

ในปัจจุบัน มีความนิยมเปิดเว็บไซต์ออนไลน์กันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีเทคโนโลยีระบบ 4G ที่ทำให้การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้ซื้อผู้ขายเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วทั่วโลก ทำให้ลดต้นทุนในการทำธุรกิจแบบเดิมและสามารถเริ่มทำธุรกิจได้ด้วยคนเพียงคนเดียว ไม่จำเป็นต้องมีพนักงานจำนวนมากอย่างร้าน offline หรือบริษัท

ประเภทของธุรกิจออนไลน์

เนื่องจากระบบอินเตอร์เน็ตช่วยให้การทำธุรกิจง่ายขึ้น จึงมีธุรกิจออนไลน์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์จำนวนมากเกิดขึ้นในปัจจุบัน แบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ได้ ดังนี้

1. เว็บไซต์เพื่อการขายสินค้าออนไลน์

เป็นแบบที่คนทั่วไปรู้จักและเห็นบ่อยที่สุด เนื่องจากเมื่อมีการ Search Google หรือ Yahoo ก็จะพบร้านค้าขายของจำนวนมากมายที่มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ดึงดูดใจลูกค้าให้เข้าไปซื้อสินค้า

2. เว็บไซต์เพื่อการโฆษณาเว็บไซต์

เป็นบริษัทที่เปิดขึ้นมาเพื่อรับจ้างทำโฆษณาให้แก่บริษัทที่ขายสินค้าและบริการในข้อที่ 1 เช่น บริษัทรับจ้างทำโฆษณาออนไลน์ รับจ้างทำ SEO หรือ search engine optimization เพื่อทำให้อันดับในการสืบค้นเว็บไซต์ของผู้ว่าจ้างดีขึ้น เมื่อมีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหาข้อมูลจากหน้าต่างการสืบค้น ก็จะปรากฏเป็นอันดับต้น ๆ ทำให้เพิ่มโอกาสขายให้แก่เว็บไซต์ธุรกิจได้เป็นอย่างดี

เว็บไซต์เพื่อการโฆษณานี้กำลังเป็นที่นิยมและมีการแข่งขันกันสูงมาก เนื่องจากผู้ทำธุรกิจทุกประเภทต่างต้องการประชาสัมพันธ์และเพิ่มอำนาจในการแข่งขันกับธุรกิจสินค้าประเภทเดียวกันของเจ้าอื่น

3. Blog รีวิวสินค้า

การเปิด Blog รีวิวสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารทั้งในและต่างประเทศ รวมไปจนถึงภาพยนตร์และเพลงที่กำลังได้รับความนิยม จะมีผู้ที่ติดตามเป็นจำนวนมาก และทำให้ธุรกิจได้รับเงินจากโฆษณาหรือสปอนเซอร์ได้

4. เว็บไซต์แหล่งประกาศขายของ

จะเป็นธุรกิจออนไลน์ที่เปรียบเทียบได้กับเป็นตลาดที่จะมีพ่อค้าแม่ค้าต่าง ๆ นำสินค้ามาเสนอขายและผู้ซื้อก็จะมาที่นี่เพื่อเลือกหาสินค้าที่ต้องการ

5. เว็บไซต์ประเภทข้อมูลข่าวสาร

เป็นเว็บไซต์ธุรกิจออนไลน์ที่สร้างรายได้จากการติดโฆษณากับ Google Adsense มีการอัพเดทข่าวสารและเนื้อหาบทความที่มีคุณภาพ ก็สามารถสร้างรายได้ได้เป็นจำนวนมาก

โดยจะมีระบบการการันตีความน่าเชื่อถือระดับต่าง ๆ ระบบการจ่ายเงิน ระบบการติดตามที่เว็บไซต์นั้น  ๆ กำหนด เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการมากขึ้น

จะเห็นได้ว่าธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบัน มีหลายประเภท ไม่จำเป็นจะต้องทำเว็บไซต์เพื่อการขายสินค้าอย่างเดียว แต่สามารถปรับใช้กับธุรกิจด้านอื่นได้ เพียงแต่ไม่ได้เปิดหน้าร้าน เป็นตึกแถวหรืออาคารอย่างธุรกิจ offline

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจทำธุรกิจออนไลน์ไม่ว่าประเภทใดที่กล่าวมา ก็ควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งการบริหารธุรกิจและการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จได้ ทั้งด้านจำนวนลูกค้าและยอดขาย

ชวนรู้จักประเภทของธุรกิจออนไลน์ในยุคปัจจุบัน

search engine วัดคุณภาพเว็บไซต์ SEO อย่างไร

ไขข้อสงสัย search engine วัดคุณภาพเว็บไซต์ SEO อย่างไร

การทําเว็บไซต์ในยุคปัจจุบัน จำเป็นต้องมีการใช้รูปแบบ SEO ที่เหมาะสม คือจะต้องมีการปรับทั้งส่วน On-page SEO และ Off-page SEO เพื่อให้ระบบ algorithm ของ search engine อย่าง Yahoo และ Google สามารถวิเคราะห์แล้วประมวลผลออกมา

โดยแสดงผลลัพธ์เป็นการอันดับอันดับเว็บไซต์ที่มีคุณภาพดีที่สุดไว้อันดับ Top รองลงมาคือเว็บไซต์ที่มีความนิยมหรือคุณภาพน้อยกว่า ไล่ลงมาจนถึงหน้าท้าย

ไขข้อสงสัย search engine วัดคุณภาพเว็บไซต์ SEO อย่างไร

การทำงานของ Search Engine เป็นอย่างไร

กูรูทางด้านคอมพิวเตอร์และโปรแกรมอัจฉริยะ อธิบายอย่างง่าย ๆ ไว้ว่า Search Engine จะสามารถลำดับคุณภาพของเว็บไซต์ SEO ได้ ด้วยการถอดรหัสจากหน้าเว็บ แล้วแปลเป็นข้อมูลดิจิตอลลงไปสู่ใน Hard disk ขนาดใหญ่ อันเป็นลักษณะของแหล่งเก็บข้อมูลแบบ Big Data ที่อัดแน่นด้วยข้อมูลจำนวนมโหฬาร

หลังจากนั้นเมื่อถูกเรียกใช้งานจากผู้ใช้ผ่านคอมพิวเตอร์ PC และโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ก็จะเรียกคำค้นหาหรือ Search Query เพื่อที่จะดึงข้อมูลเพจและเว็บไซต์ที่มี keyword และมีบริบทแวดล้อมต่าง ๆ ที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ search engine นำมาเสนอผ่านหน้าจอ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นในเวลาเพียงเสี้ยววินาที เรียกได้ว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของ AI ที่อยู่เหนือความสามารถของมนุษย์อย่างมาก

ทั้งนี้ในระบบ algorithm ของแต่ละเว็บไซต์จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปตามการเขียนโปรแกรมแล้ว ทำให้เห็นได้ว่าเมื่อเราการพิมพ์หาข้อมูล เช่น หาร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ผ่านทาง Yahoo และ Google อันดับที่แสดงออกมาจะไม่ใช่เว็บไซต์เดียวกันทั้งหมด โดยเฉพาะลำดับใน 1-2 หน้าแรก ที่ผู้คนมักให้ความสนใจ จะมีความแตกต่างกันได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นกับวิธีการวิเคราะห์และประมวลผลแบบเฉพาะตัวดังที่กล่าวมาแล้ว

search engine วัดคุณภาพเว็บไซต์ SEO อย่างไร

สำหรับคำถามข้อสงสัยว่าทำไม search engine สามารถวัดระดับคุณภาพของเว็บไซต์ SEO ได้ คำตอบอย่างง่ายก็คือ นอกจากการวิเคราะห์โดยพื้นฐานที่กล่าวมา ยังมีการเพิ่มชุดประมวลผลอื่น ๆ เช่น ด้านของความพึงพอใจ ปริมาณ Traffic ในการเข้าใช้งานของผู้ชมเว็บไซต์จากทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง ฯลฯ

ซึ่งจะมีการแปลงเป็นภาษาดิจิตอลอีกชุดหนึ่ง แล้วมาใช้ในการประมวลผลแบบควบคู่ เพื่อจัดลำดับในการนำเสนออีกครั้งหนึ่งด้วย

ดังนั้นหากใครคิดว่าระบบ algorithm จะสามารถควบคุมได้หรือสามารถที่จะซื้ออันดับการจัดเว็บไซต์ SEO ได้ เรียกว่าไม่เป็นความจริงเลย เพราะว่า Search Engine ใช้ระบบอัลกอริทึมที่มีความซับซ้อนอย่างยิ่ง ภาษาทางการตลาดเรียกว่าเป็น Ranking Factor (ปัจจัยการจัดอันดับ) ที่ประกอบไปด้วยปัจจัยย่อยอีกนับไม่ถ้วน มนุษย์อย่างเราไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้แน่นอน

ไขข้อสงสัย search engine วัดคุณภาพเว็บไซต์ SEO

สิ่งสำคัญที่เราต้องใส่ใจในฐานะของการทำธุรกิจออนไลน์ก็คือการทำเว็บไซต์ SEO ให้มีคุณภาพตามที่ผู้เชี่ยวชาญทางการตลาดแนะนำ มีการใส่ Content เนื้อหาที่น่าสนใจและมีคุณภาพพร้อมกับเชื่อมโยง Backlink ไปถึงเว็บไซต์ภายนอกที่ช่วยส่งเสริมธุรกิจออนไลน์ของคุณ การทำเช่นนี้ก็จะทำให้ลำดับการจัดเว็บไซต์ของคุณดีขึ้นได้ผ่านตรรกะของ algorithm โดยที่คุณไม่ต้องกังวลในสิ่งใด

Tips ไอที ง่าย ๆ เรื่องดี ๆ ที่คุยกับผู้สูงวัยในบ้านได้

Tips ไอที ง่าย ๆ เรื่องดี ๆ ที่คุยกับผู้สูงวัยในบ้านได้

หลายครั้งที่ผู้สูงวัยในบ้านมีการส่งต่อข้อความที่ “แชร์ต่อ ๆ กันมา” ภาพดอกไม้และภาพสัตว์ที่สวยแปลกตา รวมถึงอาจมีคำถามเวลามีอีเมล์ที่ไม่ทราบที่มา หรือมีแอพพลิเคชั่นที่ “เขา” บอกต่อมาให้ดาวน์โหลด เรามาดูกันว่าเคล็ดลับ Tips ไอทีที่เหมาะจะแนะนำผู้สูงวัยในบ้านเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ มีอะไรกันบ้าง

Tips ไอที ง่าย ๆ เรื่องดี ๆ ที่คุยกับผู้สูงวัยในบ้านได้

1. รูปภาพดอกไม้ ภาพสัตว์ต่าง ๆ ส่งต่อได้ไหม?

กฎหมายลิขสิทธิ์เน้นความคุ้มครองผลงานสร้างสรรค์ของเจ้าของหรือผู้มีสิทธิ์ จึงห้ามทำซ้ำ ดัดแปลงหรือเผยแพร่ เพื่อมุ่งประสงค์ทางการค้าหรือหากำไร

ดังนั้น ถ้าไม่ได้ทำสามอย่างนี้ ก็ไม่เป็นความผิด เช่น ที่คุณย่าคุณยายส่งรูปภาพให้เพื่อน ๆ หรือหลาน ๆ ทางไลน์ ในลักษณะติดต่อถึงกัน พร้อมคำอวยพร ส่งความสุขให้กัน แบบนี้ไม่ใช่เพื่อการค้าขาย นับว่าไม่ผิด จะเซฟ (save) ไว้ครอบครองก็ไม่ผิด ควรบอกให้ท่านสบายใจ

2. ส่งภาพหรือข้อความที่บอก “ให้แชร์ต่อ ๆ กันเพื่อ…” ดีไหม?

เคล็ดลับ หรือ Tips ไอที อย่างง่าย ๆ ในการดูข้อความหรือภาพที่มีวัตถุประสงค์หลอกลวงแอบแฝง มักจะมีข้อความหรือคำพูดว่า “เขาบอกมา” “แชร์ต่ออีก…คน แล้วจะโชคดี ได้บุญ..” “แชร์ต่อกันเยอะ ๆ นะ”

การแชร์โดยไม่มีการตรวจสอบก่อน อาจทำให้กลายเป็นคนขาดความน่าเชื่อถือ ส่งผลให้คนอื่น ๆ เข้าใจผิด ตื่นตระหนกและส่งต่อเป็นวงกว้างแบบผิด ๆ สร้างความเสียหายทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อธุรกิจหรือภาพลักษณ์ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับข่าวนั้น ๆ อย่างที่คาดไม่ถึง และที่สำคัญเป็นสิ่งผิดกฎหมายพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ด้วย

บุตรหลานจึงควรแนะนำให้ท่านไม่ส่งต่อและรอดูจากทางสื่อหลัก เช่น ข่าวโทรทัศน์ช่องพื้นฐานที่ไม่เน้นการโฆษณาสินค้าขายของหรือรายการสัมภาษณ์ที่มีพิธีกรและเนื้อหาที่มีคุณภาพ จะดีกว่า

Tips ไอที ง่าย ๆ เรื่องดี ๆ

3. มีอีเมล์ “แปลก ๆ” มาถึง ไม่รู้ของจริงหรือปลอม?

ถ้าเป็นอีเมล์ปลอมมักจะใช้ชื่ออีเมล์ดูดีเป็นทางการ เช่น Apple ID, Apple Music เพื่อหลอกคนรับอีเมล์ว่าส่งมาจากบริษัท Apple และอีกสิ่งที่ต้องดู คือ โดเมนของอีเมล์แอดเดรสที่ส่งมา เช่น ของปลอมคือ no-replysnotificationaccountlogins@newsletter-01vannenza-01.apple.com แต่อีเมล์จริงของ Apple คือAppleSupport@InsideApple.apple.com นอกจากนี้ ในอีเมล์อาจมีไฟล์ภาพ นามสกุล pdf เช่น ภาพใบเสร็จรับเงิน รูปใบกำกับภาษี ที่แลดูน่าเชื่อถือ ตลอดจนเอกสารอื่น ๆ ที่ทำให้เข้าใจผิดว่ามาจากบริษัท Apple จริง ๆ เนื่องจากมีการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ตัดต่อโลโก้ สัญลักษณ์ และวางรูปแบบข้อความที่สมจริง โดยมักมีเนื้อความว่า.. “ท่านได้สั่งซื้อ สินค้า iPhone …” จากบริษัท Apple  รวมถึงมีข้อความเชิญชวนชักจูงให้เปิดไฟล์ pdf ที่แนบมากับอีเมล์โดยเร่งด่วนอีกด้วย

ดังนั้น หากไม่มีการสั่งซื้อสินค้าใด ๆ ก็ไม่ควรเปิดไฟล์ภาพเหล่านั้น และไม่ควรตอบอีเมล์นั้น ๆ ทั้งนี้ ควรโทรศัพท์สอบถามกับทางบริษัทตามเบอร์โทรศัพท์ปกติ (ไม่ควรโทรตามเบอร์โทรศัพท์ในอีเมล์  เพราะอาจเป็นขบวนการหลอกลวงที่ทำงานเป็นทีม)

ไอทีหรืออินเตอร์เน็ต เป็นสิ่งที่กลมกลืนกับวิถีประจำวันของทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านที่ยังต้องเรียนรู้เพื่อการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป การแนะนำ Tip ไอที อย่างง่าย ๆ ให้ผู้สูงวัย จึงเป็นการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และยังเป็น “เรื่องคุย” ที่ดีที่ทำให้ลูกหลานได้ใกล้ชิดญาติผู้ใหญ่ ทั้งยังทำให้ท่านสบายใจว่ามี “กูรู” ที่ทันสมัยอยู่ใกล้ ๆ ถือเป็นโอกาสดีในการตอบแทนพระคุณท่านอีกทางหนึ่งด้วย

แนวทางบริหารร่างกายที่บ้าน แบบง่ายๆใช้เวลาน้อย แต่ได้ผล

การบริหารร่างกายเป็นกิจกรรมสุดแจ๋วเพื่อสุขภาพ อย่าเพิ่งจะมีความรู้สึกว่าควรต้องไปออกแรงนอกบ้านถึงจะได้ประสิทธิภาพที่ดี เพราะว่าอยู่ที่บ้านก็ฟิต แอนด์ เฟิร์มได้เช่นเดียวกัน

มีผู้คนจำนวนมากที่ถูกใจรู้สึกว่าการบริหารร่างกายที่ได้สมรรถนะนั้นควรต้องใช้เครื่องมือหรือบริหารร่างกายนอกสถานที่ซึ่งอันที่จริงแล้วการบริหารร่างกายไม่ว่าจะเป็นตรงไหนก็สามารถทำเป็นทั้งหมด เพราะเหตุว่าอย่าลืมว่าการบริหารร่างกายนอกบ้านก็ยังมีความจำกัดเรื่องสิ่งแวดล้อม ลักษณะอากาศ หรือเวลา ที่บางทีอาจจะเป็นปัญหาได้ อย่าทำให้ปัญหาพวกนั้นมาทำลายความตั้งอกตั้งใจของพวกเราได้ ลองมองแนวทางบริหารร่างกายซึ่งสามารถทำเป็นที่บ้าน ทั้งยัง 15 วิธีการแบบนี้กันเลยดีกว่า ขอบอกว่าถึงจะเป็นการบริหารร่างกายที่บ้านก็สามารถทำให้ร่างกายฟิต แอนด์ เฟิร์มได้แบบเดียวกันนะ

กระโจนเชือก

เริ่มด้วยการบริหารร่างกายสุดเบสิกอย่างการกระโดดเชือก สำหรับหลายๆคนก็คงเคยเล่นกันมาตั้งแต่เด็กๆถึงจะมองกล้วยๆแต่ว่าได้ประสิทธิภาพที่ดีไม่แพ้กับการบริหารร่างกายจำพวกอื่นๆที่นอกเหนือจากที่จะช่วยทำให้เหงื่อซึมได้และยังช่วยเสริมความแข็งแรงให้ร่างกาย และก็ยังได้การครึกครื้นอีกด้วย ซึ่งถ้าหากต้องการให้การกระโจนเชือกไม่มีเบื่อก็ทดลองเชิญชวนคนภายในบ้านมากมายระกระโดดเชือกไปร่วมกัน ก็ดีแล้วไปอีกในลัษณะหนึ่งนะ

พิลาทิส

พิลาทิส เป็นการบริหารร่างกายที่ย้ำสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามภายในร่างกายแบบที่ไม่ต้องออกแรงมากมาย รวมทั้งท่าบริหารร่างกายก็ไม่ได้ยากอะไรเหมือนอย่างที่คิดเพียงในตอนเริ่มต้นควรไปเล่าเรียนอาการที่ถูกจากผู้ที่มีความชำนาญก่อนที่จะดียิ่งกว่า เพื่อการบริหารร่างกายแบบพิลาทิสจะได้มีคุณภาพเพิ่มมากขึ้น

ยืดกล้าม

เป็นกรรมวิธีบริหารร่างกายที่อีกทั้งสร้างความแข็งแรงให้กล้าม รวมทั้งช่วยผ่อนคลายของกล้ามเนื้อจากการทำงานหนักอีกด้วย ลดการบาดเจ็บที่อาจเป็นเพราะการใช้แรงงานที่หนักเกินความจำเป็นได้ ทั้งยังไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องใช้ไม้สอยอะไรก็ตามเพียงแค่ทราบแนวทางการยืดกล้ามที่ถูกก็ทำเป็นแล้วล่ะ

จ๊อกกิ้งคงที่

แม้ไม่สบายที่จะบริหารร่างกายนอกบ้าน แม้กระนั้นก็ต้องการจะจ๊อกกิ้งละก็ ทดลองใช้แนวทางวิ่งคงที่สิ การบริหารร่างกายด้วยการวิ่งคงที่นอกเหนือจากการที่จะช่วยทำให้ร่างกายได้ตื่นตัวแคล่วคล่องว่องไวแล้ว ก็ยังถือได้ว่าเป็นการบริหารร่างกายแบบคาร์ดิโอที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีทั้งยังต่อหัวดวงใจอีกด้วยล่ะ แล้วก็ถ้าเกิดต้องการเพิ่มความท้าให้ตนเองก็เพียงแต่ชูหัวเข่าให้สูงมากขึ้นก็จะมีผลให้ร่างกายได้บริหารร่างกายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างน่าพิศวง

โยคะ

โยคะถือว่าเป็นการบริหารร่างกายที่ได้ประสิทธิภาพที่ดีทั้งยังต่อสุขภาพรวมทั้งจิตใจ ทั้งยังไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุอุปกรณ์ด้วย เพียงแค่มีเพียงแค่เสื่อโยคะก็พอเพียง ส่วนท่าฝึกฝนโยคะก็มีอีกทั้งแบบท่ากล้วยๆไปจนกระทั่งท่าที่จำเป็นต้องใช้ความเชี่ยวชาญ โดยอาจจะเริ่มฝึกฝนด้วยตัวเองหรือเข้าคลาสโยคะเพื่อการฝึกฝนที่ถูกก็ได้จ้ะ บอกเลยว่าถ้าหากทำบ่อยเป็นประจำสุขภาพจะดีอย่างแน่แท้

หกสูง

บางทีก็อาจจะเป็นท่าที่จำต้องใช้ความบากบั่นสูงเสียหน่อย แม้กระนั้นก็ได้ผลดียอดเยี่ยม โดยท่านี้สามารถเผาผลาญแคลอรีได้อย่างต่ำ 50-80 แคลอรีต่อครั้งเลยล่ะ แล้วก็ยังช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดให้สามารถไหลเวียนได้ทั่วร่างกายเยอะขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งถ้าหากต้องการจะเริ่มทำท่านี้ ก็เริ่มจากการนั่งหันเข้ากำแพง แล้วก็เริ่มถีบขาขึ้นเขาอากาศใช้แขนเท้าพื้นไว้ทั้งสองข้างจนกระทั่งจะทรงตัวได้ แม้กระนั้นจำต้องขอบอกว่าอย่าทำท่านี้นานเหลือเกินเนื่องจากอาจจะก่อให้เลือดคั่งได้นะคะ

เต้นรำ

จะมีอะไรซึ่งสามารถช่วยความเครียดลดลงรวมทั้งช่วยบริหารร่างกายได้ดิบได้ดีไปกว่าการเต้นรำอีกล่ะ เพียงแค่เปิดเพลงและก็ขยับร่างกายไปตามจังหวะ ก็สามารถช่วยเผาผลาญแคลอรีได้มากอย่างยิ่งจริงๆ หรือถ้าเกิดเต้นผู้เดียวรู้สึกไม่สนุก ก็สามารถเชิญผู้อื่นมาร่วมด้วย ก็บันเทิงใจไปอีกในลัษณะหนึ่งนะ

พลิกกิ้ง

พลิกกิ้ง ยอดเยี่ยมสำหรับการบริหารร่างกายที่ใช้เวลาไม่นานแม้กระนั้นสามารถช่วยสร้างเสริมกล้ามก้าวหน้า แค่เพียงอยู่ในท่าเริ่มวิดพื้นค้างเอาไว้ เริ่มที่วันละ 30 วินาที รวมทั้งเพิ่มครั้งละ 10 วินาทีไปเรื่อยก็สามารถที่จะช่วยให้แขนที่รองรับน้ำหนักตัวของพวกเรามีความแข็งแรงขึ้น รวมทั้งถ้าเกิดต้องการเพิ่มความท้าอีกหน่อย ก็ทดลองหนุนขาด้วยลูกบอลให้ตัวยกสูงขึ้นมอง แม้กระนั้นก็อย่าฝ่าฝืนจนถึงเกินความจำเป็นเพราะว่าอาจจะทำให้แขนรับน้ำหนักมากเกินความจำเป็นกระทั่งเจ็บได้จ้ะ

กระโจนตบ

ตั้งแต่ยังเด็ก พวกเราทุกคนก็ย่อมรู้จักท่าการบริหารร่างกายนี้จากการบริหารร่างกายในเวลาเช้า หรือไม่ก็ในวิชาพลศึกษา แม้กระนั้นอย่าเพิ่งจะมีความรู้สึกว่าท่ากระโจนตบไร้สาระนะ เนื่องจากว่าผู้กระทำระกระโดดตบก็ถือได้ว่าเป็นการบริหารร่างกายแบบคาร์ดิโอที่ได้คุณภาพสูงเหมือนกัน อีกอย่างยังสามารถทำตอนไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นตอนดูโทรทัศน์ หรือกำลังรอคอยเครื่องซักผ้าดำเนินงาน ก็ได้ทั้งหมดเลย

วิดพื้น

เป็นท่าบริหารร่างกายเบื้องต้นที่ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย แล้วก็สร้างเสริมกล้ามอก พุง แขนแล้วก็ต้นขาให้แข็งแรง เพียงแต่นอนคว่ำลงกับพื้น แล้ววางฝ่ามือลงจนกระทั่งตัวขึ้น ให้ปลายตีนจิกกับพื้น เบาๆชูร่างกายส่วนบนขึ้น แล้วก็ลดตัวลงให้อกใกล้กับพื้นสูงที่สุดโดยที่ร่างกายยังเป็นเส้นตรง ทำใหม่จนกระทั่งครบเซตจากที่ปรารถนาบ่อยๆแต่ละวันรับประกันได้ผลดีโดยไม่ต้องไปบริหารร่างกายนอกบ้านแน่ๆ

เวทเทรนนิ่ง

แนวทางสร้างกล้ามอีกแนวทางหนึ่งที่คุณสามารถทำเป็นเองที่บ้านก็คือการเล่นเวทเทรนนิ่ง เครื่องมือนั้นก็หาไม่ยากไม่ต้องหาซื้อดัมเบลมาเป็นชุดให้เสียเงินตั้งแต่ต้น เพียงแค่หาขวดน้ำขนาดราวๆ 1.5 ลิตร ใส่น้ำให้เต็มแล้วเอาขึ้น-ลงแต่ละวัน ถ้าต้องการให้หนักกว่านี้ก็เปลียนแปลงขนาดขวด ก็จะสามารถช่วยทำให้กล้ามแขนที่ใฝ่ฝันมาทักคุณอย่างแน่แท้ แล้วก็ต่อไป ถ้าหากต้องการจะฝึกฝนสม่ำเสมอก็สามารถไปพบซื้อชุดดัมเบลมาบริหารร่างกายเองที่บ้าน แต่ว่าก็อย่าลืมยืดกล้ามอีกทั้งก่อนและก็ข้างหลังเล่น จะได้ไม่มีการเจ็บ

การขึ้น-ลงบันได

คนใดจะเชื่อล่ะว่าการขึ้น-ลงบันไดก็ถือว่าเป็นการบริหารร่างกายแล้ว แถมยังเป็นการบริหารร่างกายคาร์ดิโอที่ดีเสียด้วยแต่ว่าถ้าหากรู้สึกว่าไม่มีช่องทางจะได้ขึ้น-ลงบันไดเสมอๆที่บ้าน ก็ทดลองแปลงมาคือการใช้บันไดแทนลิฟต์ในสถานที่ทำงานดีแล้วเช่นเดียวกันจ้ะ

ชำระล้างบ้าน

ปัดกวาดบ้าน เช็ดบ้าน ซักผ้า หรือล้างส้วม ล้วนแล้วแต่เป็นกิจกรรมงานบ้านงานเรือนที่พวกเราทำกันอยู่เป็นประจำอย่าพึ่งจะคิดเกี่ยงงอนไม่ต้องการทำเลที่ตั้งย เนื่องจากอันที่จริงแล้วการทำงานบ้านก็เป็นการบริหารร่างกายได้เช่นเดียวกัน นอกเหนือจากที่จะได้บ้านที่สะอาดและก็เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ยังพ่วงมาด้วยร่างกายฟิต แอนด์ เฟิร์ม ที่คุณอาจไม่รู้ตัวอีกด้วยนะ

บริหารร่างกายตามคลิปวิดีโอในยูทูบ

ในสมัยที่เทคโนโลยีเข้าถึงได้ง่ายแทบทุกครอบครัว การบริหารร่างกายก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ใคร่รู้ขั้นตอนการบริหารร่างกายอะไรก็แค่เพียงแค่เปิดมองจากในยูทูบ หรือจะบริหารร่างกายตามกันไปเลยก็ได้ ไม่ต้องออกมาจากบ้านก็บริหารร่างกายได้ มองเห็นไหมล่ะ

บริหารร่างกายด้วยเครื่องไม้เครื่องมือ

ถ้าบ้านหลังไหนพอเพียงจะมีเงินทุนสำหรับในการลงทุนเพื่อสุขภาพ การหาซื้อเครื่องบริหารร่างกายหรือวัสดุอุปกรณ์สำหรับเพื่อการบริหารร่างกายบางสิ่งมาไว้ที่บ้านก็เป็นความคิดที่ไม่เลว บางครั้งอาจจะจำเป็นต้องลงทุนมากมายสักนิดในคราวแรก แม้กระนั้นก็จะได้เครื่องมือที่เป็นของพวกเราเองแล้วก็อยู่กับพวกเราไปนานๆแม้กระนั้นดังนี้ก็จะต้องมีระเบียบกับตนเองด้วยนะมิเช่นนั้นเครื่องบริหารร่างกายที่ซื้อมาบางครั้งอาจจะแปลงเป็นที่ตากผ้าไป 

เป็นยังไงบ้าง การบริหารร่างกายที่บ้านที่ถือมาฝากกันมองง่ายดายเสียยิ่งกว่าที่คิดเลยใช่ไหมล่ะ ในความเป็นจริงแล้วการบริหารร่างกายไม่จำเป็นที่จะต้องไปทำนอกบ้าน แค่เพียงพวกเรามีใจที่ต้องการจะบริหารร่างกายจริงๆรวมทั้งมีวินัยมากมายพอเพียง ถึงแม้ว่าจะคุณอยู่ในบ้าน นอกบ้าน สถานที่สำหรับทำงาน ก็สามารถบริหารร่างกายได้ทั้งหมดเลยจ้ะ

สู้โรคได้สบาย ถ้าเกิดบริหารร่างกายให้ครบสามกลุ่ม

ถ้าพวกเรามีความสามารถการบริหารร่างกายแต่ละจำพวกอย่างแม่นยำ พวกเราก็จะสามารถเลือกกรรมวิธีบริหารร่างกายที่เหมาะสมกับจุดมุ่งหมาย รวมทั้งสิ่งที่จำเป็นของตนได้

ทุกคนคงจะคิดเห็นเช่นเดียวกันว่าการบริหารร่างกายเกิดผลดีต่อร่างกาย แม้กระนั้นอาจมีคนปริมาณไม่มากมายที่ทราบดีว่า การบริหารร่างกายที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดความสมบูรณ์แข็งแรงของสุขภาพนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิดโดยแต่ละชนิดมีผลต่อร่างกายไม่เหมือนกันออกไป ดังนี้ ถ้าหากพวกเรามีความรู้ความเข้าใจการบริหารร่างกายแต่ละจำพวกอย่างแม่นยำ พวกเราก็จะสามารถเลือกขั้นตอนการบริหารร่างกายที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ และก็สิ่งที่จำเป็นของตนได้ โดยการบริหารร่างกายอีกทั้ง 3 ชนิดมีดังนี้

1. การบริหารร่างกายเพื่อความสมบูรณ์แข็งแรงของระบบหัวใจแล้วก็เส้นเลือด (Cardiorespiratory Exercise) 

เป็นการบริหารร่างกายที่มีการเคลื่อนของกล้ามผูกใหญ่ๆมีต้นแบบเป็นจังหวะบ่อยๆเป็นต้นว่า การเดิน การวิ่งใส่ การขี่จักรยาน เต้นแอโรบิก พายเรือ ว่าย อื่นๆอีกมากมาย การบริหารร่างกายจำพวกนี้จะมีผลให้ปอด หัวใจ แล้วก็เส้นเลือดแข็งแรง เพราะว่าระบบภายในร่างกายจำเป็นจะต้องส่งออกสิเจนไปสู่กล้ามให้พอเพียงตลอดระยะเวลา ฉะนั้น การบริหารร่างกายชนิดนี้สามารถช่วยลดการเสี่ยงสำหรับเพื่อการกำเนิดโรคเส้นโลหิตตีบได้ ทำให้ความสามารถหัวใจดียิ่งขึ้น สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆได้มากขึ้น ทำให้ชีพจรเต้นช้าลง ร่างกายของคนที่บริหารร่างกายเพื่อความสมบูรณ์แข็งแรงของระบบหัวใจแล้วก็เส้นเลือด ก็เลยสามารถนำไขมันมาเผาผลาญได้ดีมากยิ่งกว่าคนที่ไม่บริหารร่างกาย 

2. การบริหารร่างกายเพื่อความแข็งแรงแล้วก็คงทนถาวรของกล้าม (Resistance Exercise) 

เป็นกิจกรรมที่ช่วยทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นการใช้พลังงานของร่างกาย การบริหารร่างกายจำพวกนี้จะมีการขยับเขยื้อนร่างกายในแบบต่างๆโดยอาศัยแรงต้านทานจากน้ำหนักร่างกายพวกเราเอง ตัวอย่างเช่น ดันพื้น ดึงข้อลุกนั่ง ฯลฯ หรือเครื่องมือต่างๆเข้าช่วย ดังเช่นว่า ดัมเบล ยางยืด ฯลฯ คนที่บริหารร่างกายจำพวกนี้ จะมีมวลกล้ามเยอะขึ้น ส่งผลให้เกิดการใช้พลังงานแล้วก็มีการเผาผลาญพลังงานเยอะขึ้น 

อย่างไรก็ดี การบริหารร่างกายเพื่อความแข็งแรงรวมทั้งคงทนถาวรของกล้าม มีการเสี่ยงสำหรับคนที่มีโรคความดันเลือดสูง ฉะนั้นควรจะหารือหมอ แล้วก็เลี่ยงกิจกรรมที่มีการเกร็งค้าง เพราะเหตุว่าอาจส่งผลให้ทำให้เป็นอันตรายได้

3. การบริหารร่างกายเพื่อความยืดหยุ่นของกล้าม (Flexibility Exercise) 

เป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามกล้ามส่วนต่างๆเอ็น แล้วก็ตามข้อต่อต่างๆเพื่อสร้างเสริมความยืดหยุ่น ทำให้ร่างกายสามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้อย่างสะดวก ช่วยลดอาการบาดเจ็บที่เกิดกับกล้ามรวมทั้งข้อต่อ ทุเลาลักษณะของการปวดข้างหลังปวดไหล่ บ่า คอ เพิ่มมุมของการเคลื่อนไหวให้ร่างกาย โดยโยคะเป็นแบบยอดนิยมในตอนนี้ การบริหารร่างกายเพื่อความยืดหยุ่นของกล้ามนี้ ควรจะทำตอนหลังการวอร์มร่างกายอย่างยอดเยี่ยมแล้ว และก็ควรจะยืดดูถูกให้ถึงสภาพการณ์ที่กล้ามตึงพอดี และไม่พึงกระทำหักโหมเกินความจำเป็น 

จากที่กล่าวมาทั้งหมดทั้งปวงนี้ ยังคงจำเป็นต้องปฏิบัติร่วมกับการทานอาหารให้ครบ 5 กลุ่ม (อย่าลืมสูตร 2:1:1 ผัก 2เนื้อ 1 แป้ง 1) เพื่อเกิดภาวะความสมดุลของพลังงานตามแนวความคิด Eat = Burn หรือถ้าเกิดไม่ค่อยมั่นใจว่าบริหารร่างกายเยอะแค่ไหนก็เลยจะพอเพียง ก็จำสูตรสู้โรคแบบง่ายๆว่า อย่างต่ำขอให้บริหารร่างกายได้เรื่องหนักในระดับปานกลางขึ้นไป (ทดลองได้ด้วยตัวเองตามหลัก Talk Test เป็น รู้สึกออกจะอิดโรย หายใจเร็วใกล้ขึ้นกว่าธรรมดาแต่ว่าไม่ถึงกับหอบ และก็ยังพอเพียงพูดโต้ตอบได้) ทีละ 10 นาทีต่อเนื่องกันขึ้นไป รวมทั้งทำให้ได้ยอดสุทธิอย่างต่ำ 150นาทีต่ออาทิตย์ จบป่ะ !!