วางแผนชีวิตอย่างไรก่อนลาออกจากงานประจำ

สิ่งที่ต้องวางแผนก่อนออกจากงานประจำ

การทำงานประจำเป็นช่องทางสร้างรายได้ที่มีความมั่นคง แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องการจะเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่นที่อิสระกว่า เช่น ทำงานรับจ้างแนวฟรีแลนซ์แบบ รับจ้างเขียนบทความวิเคราะห์บอลจาก โปรแกรมบอลพรุ่งนี้ หรือทำธุรกิจส่วนตัว ซึ่งมีการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญว่าในช่วงปี 2019-2020 เป็นเวลาที่มีความเสี่ยงสูงหากจะตัดสินใจลาออก

วางแผนชีวิตอย่างไรก่อนลาออกจากงานประจำ

มีเงินสำรองเพียงพอ : ก่อนลาออก ควรสำรวจเงินสำรองในแต่ละเดือนที่คุณต้องมี โดยคิดจากรายจ่ายแต่ละเดือน ควรมีเงินติดบัญชีไว้ใช้จ่ายได้สบาย ๆ ยาวนาน 6-12 เดือนก่อนที่จะลาออกจากงานประจำ เช่น มีรายจ่ายเดือนละ 20,000 บาท คุณควรจะมีเงินเก็บอยู่ที่ 200,000 บาทขึ้นไป เพื่อป้องกันการความเสี่ยงจากการจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน หากธุรกิจส่วนตัวที่ทำยังไม่เติบโตดีนัก การมีเงินสำรองนี้จะได้ไม่กระทบต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและไม่ทำให้คุณเครียดเกินไป

มีสวัสดิการรองรับ : การทำงานเป็นพนักงานประจำจะมีสวัสดิการของบริษัท ให้คุณเบิกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลได้เต็มที่ โดยที่คุณก็มีสิทธิ์ที่จะลาป่วยลาพักร้อนได้โดยยังได้เงินเดือนอยู่ครบถ้วนตามสิทธิ์ แต่หากทำงานแนวอิสระ รับจ้างแบบไม่สังกัดหน่วยงาน หรือทำธุรกิจส่วนตัวจะไม่มีสวัสดิการในส่วนนี้รองรับ คุณจึงจำเป็นจะต้องทำประกันชีวิตและประกันสุขภาพ ซึ่งเท่ากับมีค่าใช้จ่ายรายเดือนเพิ่มขึ้นด้วย ประเด็นนี้เป็นสิ่งสำคัญที่คุณจะต้องพิจารณาในระยะยาวและเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับตัวเอง

มีแนวทางชัดเจน : หลายคนอยากทำงานฟรีแลนซ์เพราะเบื่องานประจำที่ทำ มองว่าเป็นงานเดิม ๆ ไม่ท้าทาย หรือเบื่อสังคมที่ต้องเผชิญกับปัญหาในแต่ละวัน แต่การลาออกมาโดยไม่มีทิศทางว่าจะทำอาชีพอะไร หรือหรือไม่ได้ศึกษาตลาดอาชีพรองรับไว้อย่างเพียงพอ ก็จะทำให้เสี่ยงตกงานไม่มีรายได้เข้าสู่ครอบครัวไปหลายเดือน จะทำให้คุณรู้สึกสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง เสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าหรือโรคเครียดตามมาได้

มีความรู้และทักษะด้านอื่น ๆ : ผู้ที่จะทำธุรกิจให้อยู่รอดได้ในยุคเศรษฐกิจ ปี 2020 ต้องมีความสามารถรอบด้านที่เกี่ยวข้องกับงานที่จะทำ เช่น หากเปิดธุรกิจส่วนตัวอย่างการขายชาบู ก็จะต้องรู้ตั้งแต่แหล่งผลิตเนื้อที่มีคุณภาพ แหล่งปลูกผักที่ปลอดสารพิษ วิธีการบริหารจัดการร้าน การเลือกที่ตั้งทำเลสาขา การบริหารการเงิน การบริหารลูกน้องในทีม และความรู้อื่น ๆ ที่จำเป็น

จะเห็นได้ว่าการทำธุรกิจเพื่อให้อยู่รอด ไม่ใช่มีเพียงความชอบเท่านั้น แต่ต้องมีการเรียนรู้และปรับตัวตลอดเวลาด้วย เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านตระหนักถึงการวางแผนให้พร้อมก่อนการลาออกจากงานประจำมากขึ้น

สิ่งที่ต้องวางแผนก่อนออกจากงานประจำ

ทำงานบริษัทให้เติบโต ต้องทำอย่างไร

ทำงานบริษัทให้เติบโต ต้องทำอย่างไร

การทำงานให้ประสบความสำเร็จเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ หากคุณทำงานบริษัทก็ต้องการให้ก้าวหน้าในสายงาน นอกจากความขยันในการทำงานตามหน้าที่แล้ว ยังต้องมีคุณสมบัติที่สำคัญอื่น ๆ อะไรบ้าง ที่จะส่งเสริมให้คุณ ก้าวหน้าได้มากขึ้นกว่าเดิม เรามาดูพร้อมกันเลย

พนักงานบริษัทอยากก้าวหน้า ต้องรู้สิ่งนี้

มีเป้าหมายที่ชัดเจน : เป้าหมายเป็นเหมือนเข็มทิศ ที่สำคัญของคนทำงานที่คาดหวังความสำเร็จสูง เช่น ถ้าคุณต้องการก้าวสู่ตำแหน่งรองหัวหน้าในปีนี้ ควรมีความสามารถทั้งด้านการบริหาร การวางแผนกลยุทธ์ และภาษาต่างประเทศในระดับที่สามารถทำให้แผนกของคุณเติบโตได้ก้าวหน้ากว่าที่เคย คุณจึงต้องลงเรียนคอร์สต่าง ๆ หรืออบรมเพิ่มให้ถูกหลักสูตรและปฏิบัติเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะมีโอกาสทำให้คุณก้าวสู่ตำแหน่งที่ต้องการได้ไม่ยาก

รู้ใจหัวหน้า : หัวหน้างานแต่ละคนจะมีบุคลิกและวิธีการคิดที่แตกต่างกัน ตามภูมิหลังครอบครัวและประสบการณ์ การวิเคราะห์และทำความเข้าใจได้อย่างถูกต้องจะทำให้คุณปฏิบัติต่อเขาได้อย่างเหมาะสม จนเป็นที่รักและเอ็นดูส่งเสริมให้งานคุณเติบโตได้เร็ว เช่น หัวหน้าเรียนและทำงานในต่างประเทศมานานกว่า10 ปี จะมีแนวคิดเปิดกว้าง ชอบลูกน้องที่มีแนวคิดแปลกใหม่และกล้าแสดงความคิดเห็น คุณก็ต้องพัฒนาตัวเองให้เป็นตามแนวทางนี้ หากนายจ้างเป็นคนที่ชอบออกคำสั่งให้คนทำตาม คุณก็จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดและใส่ใจรายละเอียด เป็นต้น

ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาตัวเอง : การทำงานบริษัท แม้อายุงานจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ห้ามคิดว่าจะหยุดพักการพัฒนาตัวเอง เพราะการเติบโตในสายงานในอนาคต ต้องมาจากการมีบุคลิกไม่หยุดนิ่ง พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ ที่สำคัญ คือ ด้านของเทคโนโลยีไอที ที่จะมีการใช้ AI มาแทนที่คนมากขึ้น หากต้องการการก้าวหน้า จะต้องฝึกฝนทักษะการนำ AI มาพัฒนางานให้ก้าวหน้ากว่าเดิม หากปล่อยให้ตัวเองหยุดนิ่ง อยู่กับที่เป็นเวลานาน จะทำให้คุณล้าหลังและเสี่ยงต่อการถูกไล่ออกในที่สุด

กล้าคิดกล้าทำ : คนมีบุคลิกขี้อาย ไม่กล้ารับผิดชอบงานใหญ่และกลัวการผิดพลาด จะเป็นอุปสรรคต่อการเติบโต คนที่กล้าคิดกล้าทำ และพร้อมยอมรับคำติชมของผู้อื่น จะทำให้คุณก้าวหน้าได้มากกว่าเดิม การนำเสนอผลงานใด ๆ ในที่สาธารณะ จะทำให้เป็นที่จดจำของผู้อื่น และมีโอกาสได้รับการสนับสนุนให้เติบโตในสายงานมากยิ่งขึ้น

การที่จะทำให้ตัวเองก้าวหน้าในการทำงานมีอยู่หลายแนวทาง สิ่งสำคัญคือ คุณต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และมุ่งมั่นสม่ำเสมอที่จะพัฒนาตัวเอง เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านได้มองเห็นแนวทางที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้ดียิ่งขึ้นต่อไป

พนักงานบริษัทอยากก้าวหน้า ต้องรู้สิ่งนี้

การเลือกอาหารที่เหมาะกับคนไขมันในเลือดสูง

การเลือกอาหารที่ดีต่อผู้มีปัญหาภาวะไขมันในเลือดสูง

ภาวะไขมันในเลือดสูงทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจที่สมองและหัวใจอุดตัน ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตและเสียชีวิตได้

ภาวะที่ไขมันในเลือดสูงมากเกินไป สามารถลดได้ด้วยการรับประทานอาหารที่เหมาะสมและเพิ่มการออกกำลังกาย เพื่อปรับสมดุลระบบเผาผลาญในร่างกาย

การเลือกอาหารที่ดีต่อผู้มีปัญหาภาวะไขมันในเลือดสูงมีอะไรบ้าง

1. หลีกเลี่ยงอาหารติดมัน

หนังและเนื้อสัตว์หลายชนิดจะมีไขมันอิ่มตัวสูง ที่ต้องหลีกเลี่ยง เช่น หนังของสัตว์ปีก หนังปลา เครื่องในสัตว์ ขาหมูคากิ ฯลฯ รวมถึงเมนูอาหารหลายชนิดที่มีทั้งแคลอรี่และไขมันอิ่มตัวสูง เช่น ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู ข้าวหมูกรอบ ฯลฯ ก็เป็นเมนูที่ต้องงดเช่นกัน

2. บริโภคอาหารนึ่งต้มตุ๋นแทนทอด

อาหารที่ทำด้วยการทอด เช่น หนังหมูทอดกรอบ ไข่ดาว ไข่เจียว หรืออาหารที่ต้องใส่น้ำมัน ปริมาณมาก เช่น ปาท่องโก๋ แป้งทอด มันฝรั่งทอด กล้วยแขก ฯลฯ เป็นเมนูอาหารที่มีการคำนวณพบว่าระดับไขมันแบบอิ่มตัวสูง โดยเฉพาะหากบริโภคเป็นประจำ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจึงแนะนำให้เลือกอาหารที่ทำด้วยกรรมวิธีอื่น เช่น การนึ่งด้วยไอน้ำ อบให้แห้ง ตุ๋น เช่น ไข่ตุ๋น จะดีต่อสุขภาพผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดสูงมากกว่า

3. รับประทานปลาทะเลน้ำลึก

ปลาทะเลน้ำลึกที่คนไทยรู้จักกันดี เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลากะพง มีโมเลกุลไขมันชนิดดี หรือที่เรียกว่า โอเมก้า 3 ในปริมาณระดับสูง ควรรับประทานอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะช่วยทดแทนการบริโภคโอเมก้าสามจากน้ำมันปลาหรือ Fish Oil ได้ และยังได้โปรตีนและคอลลาเจนซ่อมแซมร่างกายในราคาประหยัด โดยไม่ต้องซื้ออาหารเสริมใดใด

4. ปรับเปลี่ยนเมนูอาหารหวาน

อาหารหวานเป็นสิ่งที่ผู้เป็นโรคไขมันในเลือดสูงต้องควบคุมปริมาณการบริโภค โดยเฉพาะกลุ่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาล นม มาการีน เนยสด เนยเทียม กะทิสูง เช่น ไอศกรีมสูตรทั่วไป เบเกอรี่และคุกกี้ โยเกิร์ต ผลไม้เชื่อม ฯลฯ เพราะพลังงานและแคลอรี่ส่วนเกินจากเมนูเหล่านี้จะไปสะสมในรูปแบบไขมันในหลอดเลือดและอวัยวะต่าง ๆ ได้ จึงจำเป็นต้องเลือกสูตรที่มีไขมันต่ำ หรือใช้นมพร่องมันเนยแทนนมจืด, นมหวาน เลือกไอศครีมสูตรเชอร์เบทที่ไม่มีนมเนยเป็นส่วนผสม เช่น รสเสาวรส มะนาว แทนสูตรกะทิสด วานิลลา ช็อคโกแลต ฯลฯ

คนที่มีปัญหาค่าไขมันในเลือดสูง ต้องปรับเปลี่ยนเมนูอาหารคาวหวานที่รับประทานทุกมื้อ และต้องเสริมด้วยการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมวันละ 30 นาที เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ฯลฯ จะช่วยให้ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดอุดตันในขั้นที่รุนแรงขึ้น และทำให้คุณภาพชีวิตโดยรวมดีขึ้นได้

การเลือกอาหารที่เหมาะกับคนไขมันในเลือดสูง

เคล็ดลับดูแลสุขภาพสำหรับคนที่ยุ่งตลอดเวลา

เคล็ดลับดูแลสุขภาพสำหรับคนที่ยุ่งตลอดเวลา

การใช้ชีวิตที่วุ่นวายในแต่ละวัน ต้องทำงานเต็มเวลา ทำงานบ้าน ดูแลเด็ก ๆ ทำอาชีพเสริมรายได้ และเหตุผลอีกมากมาย ทำให้เราละเลยสุขภาพ ไม่ใส่ใจเลือกอาหารการกินที่มีคุณค่าหรือออกกำลังกาย เพราะคิดแต่ว่ามีเวลาไม่พอ ความจริงแล้วสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญและควรอยู่ในอันดับต้น ๆ ของรายการประจำวัน เพราะจะทำให้เรามีพลังมากพอที่จะรับผิดชอบทุกอย่างให้เรียบร้อย สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีเป็นสิ่งที่ควรรักษาไว้ก่อน มีหลายวิธีทำได้โดยไม่เสียเวลามาก ดังนี้

วิธีรักษาสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

1.สิ่งสำคัญอันดับแรกคือรักษาสุขภาพและความพอดี

เริ่มจากวางแผนตารางเวลาในแต่ละวัน เรียงลำดับความสำคัญของแต่ละรายการ แม้ว่าสิ่งนั้นจะใช้เวลาเพียง 15-30 นาทีก็ตาม พยายามโฟกัสกับสิ่งที่ทำเพื่อให้ทุกกิจกรรมเสร็จเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว มีเวลาพอสำหรับการวิ่ง เล่นโยคะ ดูละครทีวี เป็นต้น

2.นั่งสมาธิ 5 นาทีทุกเช้า

เมื่อชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยภาระหน้าที่ เกิดความเครียด รู้สึกกดดันและวิตกกังวลกว่าที่ควรจะเป็น นอกจากการดูแลร่างกายให้ดีแล้ว ยังต้องดูแลอารมณ์ด้วย การทำสมาธิทุกเช้าอย่างน้อย 5 นาทีเพื่อให้มีสติ สงบจิตใจ ก่อนที่ชีวิตจะเริ่มยุ่งเหยิงวุ่นวาย ทำให้รับมือกับกิจกรรมตลอดทั้งวันได้ดีขึ้น

3.ทำสมูทตี้ผักและผลไม้เป็นอาหารเช้า

ชั่วโมงเร่งด่วนในตอนเช้าทำให้หลายคนไม่มีเวลากินอาหารเช้าแบบมื้อปกติ แต่การงดมื้อเช้าไม่ดีต่อสุขภาพ กาแฟเพียงแก้วเดียวไม่เพียงพอสำหรับกิจกรรมที่ต้องทำในช่วงครึ่งวัน ลองเริ่มจากเมนูง่าย ๆ อย่างสมูทตี้ผลไม้และผัก เลือกใช้เครื่องปั่นพลังสูงเพื่อให้ได้เมนูมื้อเช้าที่มีประโยชน์ทันเวลา

4.ออกกำลังกายง่าย ๆ

ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายเป็นเวลา 1 ชั่วโมงทุกวันตามสูตร ปรับกิจกรรมและเวลาให้เหมาะกับแต่ละวัน แม้ว่าจะมีงานอัดแน่นในตาราง แต่การทำงานบ้านก็เป็นการออกกำลังกายได้เหมือนกัน ลองท่าออกกำลังกายง่าย ๆ ระหว่างทำอาหาร 15 นาที จอดรถไกลออกไปเพื่อเดินไปเข้าอาคารสำนักงาน ใช้บันไดแทนลิฟต์ เดินกลับบ้านแทนการนั่งวินมอเตอร์ไซค์ เท่านี้ก็เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องออกไปวิ่งหรือเข้าฟิตเนส

5.ปรุงอาหารสูตรด่วนหรือสั่งซื้อออนไลน์

เมื่อไม่มีทำอาหาร แต่ไม่อยากข้ามมื้ออาหาร ลองเขียนรายการเมนูที่ใช้ส่วนผสมไม่กี่อย่าง ปรุงง่ายและถูกต้องตามหลักโภชนาการ จะช่วยประหยัดเวลาได้มาก ถ้าซื้ออาหารสำเร็จรูปเป็นประจำอยู่แล้ว วันที่ไม่ว่างแวะซื้อกลับเข้าบ้านสามารถใช้บริการสั่งซื้อออนไลน์ เป็นตัวเลือกสุดท้ายเพราะค่าส่งค่อนข้างสูง แต่มีข้อดีในเรื่องประหยัดเวลาเดินทาง และเลือกเมนูอาหารได้หลากหลาย

6.พบแพทย์ทางออนไลน์

ทุกวันนี้เริ่มมีแอปพลิเคชันขอคำปรึกษากับแพทย์ผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น เป็นทางเลือกใหม่ที่ช่วยดูแลเรื่องสุขภาพให้แข็งแรงโดยไม่ต้องเดินทางและเสียเวลานั่งรอเป็นวัน และรับใบสั่งยาทางออนไลน์เพื่อประหยัดเวลา แต่ก็ควรไปตรวจร่างกายกับแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง

วิธีรักษาสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

ประโยชน์ของน้ำสมุนไพรที่คนไทยควรรู้

ประโยชน์ของน้ำสมุนไพรที่คนไทยควรรู้

น้ำดื่มสมุนไพร เป็นเครื่องดื่มที่เราสามารถทำเพื่อรับประทานเอง และสามารถทำเป็นอาชีพเสริมขายได้ ทั้งในรูปเครื่องดื่มแช่เย็นบรรจุขวดและแบบร้อนคู่กับการรับประทานอาหารคาว ซึ่งน้ำสมุนไพรแต่ละชนิดมีประโยชน์อยู่แตกต่างกัน เรามาดูกันว่าน้ำสมุนไพรที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จักและนิยมรับประทานจะมีประโยชน์อะไรบ้าง

1. น้ำใบบัวบก

ใบบัวบก สามารถรับประทานเป็นผักสดผักแกล้มกับน้ำพริก หรือจะใช้การต้มเพื่อให้ได้น้ำสมุนไพรสีเขียวสวยก็ได้ ประโยชน์ของน้ำบัวบกคือ ช่วยชะลอวัย เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ทั้งยังมีวิตามินเอสูง ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นได้ดีขึ้น เหมาะกับคนที่ต้องใช้สายตาดูหน้าจอมือถือและคอมพิวเตอร์บ่อย ๆ นอกจากนี้ จากคำกล่าวที่ว่าดื่มน้ำใบบัวบกแก้ช้ำในได้ ก็เพราะมีสาร Ginkgoside ที่ทำให้แผลอักเสบสมานหายเร็วขึ้นนั่นเอง

2. น้ำมะตูม

ผลมะตูม เป็นผลไม้ที่สามารถรับประทานเป็นแบบผลเชื่อม ใส่ในเบเกอรี่ คุ้กกี้ หรือรับประทานเป็นเครื่องดื่มแก้กระหายช่วงฤดูร้อน มีฤทธิ์์เย็นช่วยดับร้อน แก้ร้อนในได้เป็นอย่างดี ทั้งยังช่วยให้เจริญอาหาร เหมาะกับผู้ป่วยและผู้สูงวัยที่มักมีอาการเบื่ออาหารบ่อย ๆ นอกจากนี้ ยังมีสรรพคุณขับเสมหะ ช่วยให้ชุ่มคอ รับประทานแทนยาแก้ไอแบบเม็ดและน้ำได้เลย

3. น้ำใบเตย

ใบเตย ถือว่าเป็นพืชสมุนไพรใกล้ตัวที่คนนิยมทำมาทำสีผสมอาหาร ใช้เคี่ยวกะทิให้มีกลิ่นหอม และยังใช้เป็นห่อขนมหลายชนิด เช่น ตะโก้ และยังมีกลิ่นหอมสามารถใช้ดับกลิ่นในรถยนต์และห้องนอนได้ เมื่อนำมาต้มน้ำ จะได้น้ำใบเตยสีเขียว ที่สามารถช่วยลดอาการวิงเวียนศีรษะ แก้อ่อนเพลีย เสริมสร้างความสดชื่นให้แก่ร่างกายได้ใกล้เคียงกับน้ำดื่มเกลือแร่ นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่าการดื่มน้ำใบเตยเป็นประจำ จะช่วยในการปรับสมดุลระบบไหลเวียนโลหิต ลดระดับน้ำตาลในเลือด และทำให้ระดับความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปกติขึ้น

4. น้ำขิง

ขิงเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน นอกจากจะใช้ในการทำเมนูอาหารคาว เช่น ไก่ผัดขิง ได้แล้ว ยังนำมาต้มดื่มแบบร้อน ๆ เพื่อช่วยแก้เวียนศีรษะ บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน จึงเหมาะกับสตรีมีครรภ์ที่แพ้ท้อง ทั้งยังช่วยให้เจริญอาหาร เหมาะกับผู้ป่วยหรือคนสูงวัย นอกจากนี้ ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง หากรับประทานเป็นประจำจะช่วยให้ร่างกายมีสมดุลการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ดีขึ้นด้วย

เครื่องดื่มสมุนไพรแต่ละชนิดนั้น หากรับประทานหมุนเวียนกันไป จะทำให้ได้รับวิตามินที่หลากหลาย ทั้งนี้ไม่ควรเติมน้ำตาลมากเกินไป เพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน และหลีกเลี่ยงการเติมเกลือโดยไม่จำเป็น เพราะว่าจะทำให้ระดับความดันโลหิตเพิ่มสูงได้

เครื่องดื่มสมุนไพร

อยากให้ลูกออกกำลังกายมากขึ้น ชวนทำอะไรดี

หน่วยงานด้านสาธารณสุขเก็บสถิติพบว่า เด็กและวัยรุ่นมีปัญหาการติดเกมส์มากขึ้นและขาดการออกกำลังกาย ทำให้เสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ความดันและไขมันในเลือดสูง ตั้งแต่ช่วงอายุ 20 ปี ซึ่งจะเป็น ปัญหาสุขภาพ ต่อไปในระยะยาวด้วย เรามาดูกันว่าในแต่ละครอบครัวจะช่วยส่งเสริมให้ลูกออกกำลังกายมากขึ้นได้ในรูปแบบใดบ้าง

ชวนออกกำลังกายในสวนสาธารณะ

การออกกำลังกายร่วมกันทั้งครอบครัว พ่อแม่ลูก ในสวนสาธารณะเป็นเทคนิคกระตุ้นให้ลูกมีความสุขและช่วยเสริมสายใยในบ้านได้มากขึ้น หากมีสัตว์เลี้ยงก็สามารถนำไปออกกำลังร่วมกันได้ ควรทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

ให้ช่วยทำงานบ้าน

งานบ้านแต่ละอย่างต้องมีการใช้พลังงานแคลอรี่ และยังเป็นกระตุ้นให้ลูกมีความรับผิดชอบมากขึ้น เริ่มง่าย ๆ จากการเก็บกวาด ถูพื้น ซักผ้า เก็บใบไม้ในสนาม รดน้ำต้นไม้ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดการเผาผลาญ 100 แคลอรี่ต่อชั่วโมงเลยทีเดียว

ชวนลงแข่งขันกีฬา

เมื่อมีเป้าหมาย ทุกคนจะมีวินัยในการออกกำลังกายมากขึ้น ทั้งการฝึกซ้อม เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ซึ่งปัจจุบันมีสนามจัดการแข่งขันในและต่างประเทศ ทั้งเสาร์และอาทิตย์ บรรยากาศที่สนุกสนานจะทำให้เด็กรู้สึกกระตือรือร้นกับการออกกำลังกายมากขึ้น ทั้งนี้ พ่อแม่ต้องช่วยในการพิจารณาว่าระยะการแข่งขันในสนามกีฬาแบบใดที่เหมาะกับความแข็งแรงของร่างกายลูกและระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี หากลูกทำผลการแข่งขันได้ดี อาจจะสนับสนุนต่อยอดให้ลูกเป็นนักกีฬามืออาชีพในทักษะกีฬานั้น ๆ สร้างรายได้เลี้ยงดูตัวเองในอนาคตก็เป็นได้

เล่นสวนสนุกในห้างสรรพสินค้า

ห้างชั้นนำจะมีศูนย์รวมเครื่องเล่นใหม่ ๆ ให้เด็ก ๆ ไปออกกำลังกาย ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ ซึ่งลูกจะได้เรียนรู้ทักษะการเข้าสังคม ได้ฝึกแบ่งปันของเล่นกับเพื่อน ๆ ใหม่ ในระหว่างที่พ่อแม่ไปช้อปปิ้ง นับว่าเป็นการใช้เวลาที่คุ้มค่าทั้งครอบครัวเลยทีเดียว

ชวนขึ้นบันไดหรือที่ลาดชัน

การขึ้นบันไดในสถานที่ต่าง ๆ จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญและกระตุ้นหัวใจให้ทำงานดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินขึ้นบันไดหรือที่ลาดชันในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ภูเขา น้ำตก หรือการเดินขึ้นบันไดในห้างสรรพสินค้าที่จะช่วยลดการใช้ลิฟท์ได้ แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาจากช่วงวัยและความแข็งแรงของลูกที่พ่อแม่ต้องสังเกต หากลูกมีอาการเหนื่อยหอบ ก็ต้องให้หยุดพักเป็นระยะด้วย

จะเห็นได้ว่าการสนับสนุนให้ลูกออกกำลังกาย เป็นสิ่งที่ดีทั้งต่อสุขภาพ อารมณ์ และเป็นการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ดีด้วย หวังว่าพ่อแม่จะได้แนวคิดในการชวนลูกออกกำลังกายรูปแบบต่าง ๆ มากขึ้น

ชวนออกกำลังกายในสวนสาธารณะ

อันดับธุรกิจที่มีแนวโน้มรุ่งต่อเนื่องในปี 2019

อันดับธุรกิจที่มีแนวโน้มรุ่งต่อเนื่องในปี 2019

การประกอบธุรกิจใด ๆ ให้ประสบความสำเร็จ หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญมากคือการติดตามเทรนด์ธุรกิจที่ยังได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้บริโภคให้ได้ เพราะแม้จะมีผู้ประกอบการเก่าก็จำเป็นต้องหาทางปรับตัวให้ธุรกิจของคุณไปต่อได้เมื่อผู้คนเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงและใช้สินค้าหรือบริการของคุณน้อยลง หรือในกรณีที่เป็นผู้ประกอบการใหม่ก็จำเป็นต้องตามเทรนด์ธุรกิจที่น่าสนใจให้ทันเพื่อโอกาสเจริญเติบโตที่ดีอีกด้วย โดยในปีนี้ธุรกิจที่คาดว่าจะยังมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่องนั้น มีรายละเอียดดังนี้

5 ธุรกิจในอนาคต ที่สามารถเติบโตได้

ธุรกิจ ดูแลผู้สูงอายุ เนื่องจากสังคมในปัจจุบันเริ่มเข้าสู่สังคมของผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว อีกทั้งเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องก็ยิ่งเป็นการส่งเสริมให้มีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ธุรกิจด้านนี้มีแนวโน้มที่ดีไม่ว่าจะเป็นศูนย์สุขภาพดูแลผู้สูงอายุ อาหารที่ดีต่อผู้สูงอายุ หรือผลิตภัณฑ์ที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุ เป็นต้น

ธุรกิจ เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงได้กลายมาเป็นเพื่อนคลายเหงาให้กับผู้คนในปัจจุบันกันมากขึ้น ทั้งในกรณีที่ต้องอยู่คนเดียว หรือมีคู่สมรสแต่ไม่มีบุตรร่วมกันจึงทดแทนด้วยการเลี้ยงสัตว์ ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงมีโอกาสเติบโตได้ดีไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอาหารสัตว์ เสื้อผ้า ของเล่นสำหรับสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์ รวมถึงงานบริการด้าน Pet care

ธุรกิจ ด้านสิ่งแวดล้อม ในปัจจุบันความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมเริ่มมีความจริงจังและชัดเจนมากขึ้น เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมขึ้นมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาชนะบรรจุอาหาร หรือผลิตภัณฑ์ด้านเคมีภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจ Digital content เป็นธุรกิจที่มีโอกาสที่ดีตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร ยิ่งเป็นรูปแบบของข้อมูลที่ผู้คนนิยม รับรู้และเข้าใจง่าย ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะเจริญเติบโตมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 3 สาขาหลักได้แก่อุตสาหกรรมแอนิเมชั่น อุตสาหกรรมเกม และอุตสาหกรรมคาแรคเตอร์

ธุรกิจ Logistic เป็นธุรกิจที่เติบโตตามความสามารถในการเชื่อมโยงของโลกจนใกล้ชิดและเดินทางถึงกันได้รวดเร็วมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจด้านนี้มีแนวโน้มเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ และการส่งสินค้าผ่านเครือข่ายธุรกิจระหว่างประเทศ เป็นต้น

เมื่อทราบแล้วว่าธุรกิจใดมีโอกาสที่ดีและมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ก็ขอแนะนำให้เจ้าของธุรกิจทุก ๆ ท่านนำแนวโน้มที่ดีเหล่านี้มาปรับใช้กับธุรกิจของท่านให้เหมาะสม อย่างในกรณีที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าก็อาจเพิ่มช่องทางการจำหน่ายทางออนไลน์เพิ่มเติม มีการนำ Digital content ที่น่าสนใจมาสร้างจุดขายให้กับสินค้า หรือปรับเพิ่มรูปแบบของสินค้าให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้ายุคใหม่เพิ่มเติม เป็นต้น

ธุรกิจในอนาคต ที่สามารถเติบโตได้

ต้นไม้สวยที่ฟอกอากาศได้ คนรักต้นไม้ควรรู้

ต้นไม้สวยที่ฟอกอากาศได้ คนรักต้นไม้ควรรู้

การปลูกต้นไม้ นับว่าเป็นงานอดิเรกที่ช่วยให้มีสมาธิและอารมณ์แจ่มใสยิ่งขึ้น ทั้งยังทำให้สร้างบรรยากาศที่ดีจากความเขียวขจีรอบบ้าน ทั้งนี้มีต้นไม้หลายชนิดที่มีความสามารถดูดซับสารพิษหรือฟอกอากาศได้ จึงนิยมนำมาปลูกในบ้าน เพื่อปรับคุณภาพของอากาศ ควบคู่กับการให้ความสวยงาม

เรามาดูกันว่ามีต้นไม้สวยอะไรบ้าง ที่ควรปลูกเพื่อฟอกอากาศในบ้านให้สดชื่น

1. ปาล์มสิบสองปันนา ไม้ปาล์มมีความเป็นเอกลักษณ์ที่ใบเป็นทรงโปร่งยาว ช่วยในการดูดซับสารไซรีนที่มาจากสีและสารเคลือบเงาที่ทาโต๊ะ ตู้ เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ในบ้านได้ ปาล์มสิบสองปันนาได้รับความนิยมสูง เพราะปลูกในที่แสงน้อยได้ และไม่จำเป็นต้องรดน้ำบ่อย

2. ต้นเฟิร์น พืชตระกูลเฟิร์นมีใบเล็กประกอบบนก้านใบที่สวยงาม และยังมีใบอ่อนที่ม้วนงอเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ดูเพลินตา ตัวอย่างพันธุ์ที่นิยมได้แก่ เฟิร์นดาบออสเตรเลีย บอสตันเฟิร์น สามารถดูดซับสารพิษในอากาศได้ในระดับปานกลาง ทั้งนี้ต้องใส่ใจการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันใบเหี่ยวแห้งและร่วงง่าย

3. แก้วกาญจนา เป็นต้นไม้ที่มีก้านใบสีชมพูและใบเป็นสีด่างขาวบนพื้นเขียว ที่มีความสวยงามอย่างมาก นับเป็นต้นไม้ที่มีความทนทานสูง เจริญได้ดีแม้ปลูกในบ้านหรือคอนโดมีเนียมที่มีแสงสว่างน้อยสามารถดูดซับสารพิษช่วยในการฟอกอากาศให้สดชื่นได้ ขณะเดียวกัน ยังคายน้ำออกจากใบช่วยสร้างบรรยากาศที่ชุ่มชื้นในบ้านมากยิ่งขึ้น

4. เสน่ห์จันทร์แดง เป็นไม้ประดับที่มีใบเอกลักษณ์รูปทรงหัวใจสีเขียวแก่ แต่หากเป็นใบอ่อนจะสีขาว ซึ่งตัดกับสีของส่วนก้านใบที่เป็นสีแดง ทำให้ดูสวยงามแปลกตา นิยมปลูกในกระถางทั้งในบ้านและออฟฟิศ เพราะช่วยดูดซับสารพิษกลุ่มแอมโมเนีย ซึ่งมักมีระดับสูงในย่านอุตสาหกรรม ทั้งนี้คนโบราณก็มีความเชื่อว่าการปลูกต้นเสน่ห์จันทร์แดงจะเรียกโชคลาภและสร้างเสน่ห์ให้เจ้าของได้

5. ต้นวาสนา เป็นไม้ใบขนาดใหญ่ที่ไม่มีก้านแตกย่อยอย่างต้นไม้ทั่วไป สามารถลดสารฟอร์มาลดีไฮด์ในอากาศ ที่มักมาจากการเผาไหม้ ควันจากท่อไอเสียได้เป็นอย่างดี และยังเป็นไม้ประดับอีกชนิดหนึ่งที่มีชื่อเป็นมงคล จึงนิยมปลูกทั่วไปทั้งในบ้าน สำนักงาน หน่วยงานเอกชนและสถานที่ราชการ

จะเห็นได้ว่า ไม้ใบไม้ประดับที่ยกตัวอย่างมาทั้ง 5 ชนิด ล้วนมีความสวยงามตามธรรมชาติ ทำให้รู้สึกสดชื่นเมื่อได้เห็น และยังทำให้คุณภาพของอากาศที่แวดล้อมผู้อยู่อาศัยในบ้านหรืออาคารมีความสะอาด ปลอดมลพิษยิ่งขึ้น หวังว่าบทความนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกท่านหันมาปลูกต้นไม้กันมากขึ้นทั้งในบ้านและรอบอาคาร เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีและมีอากาศบริสุทธิ์สดชื่น

ต้นวาสนา

การเริ่มต้นออมเงินก็ไม่มีคำว่า สายเกินไป

อยากมีเงิน 10 ล้านบาท ใน 30 ปี ทำได้หรือไม่

ถ้าคุณอ่านบทความนี้จบ อาจจะนึกเสียดายที่รู้ช้าเกินไป หรือทำไมไม่มีการแนะนำเทคนิคนี้ตั้งแต่ตอนวัยเรียน ไม่ว่าตอนนี้คุณจะอายุเท่าไหร่ การเริ่มต้นออมเงินก็ไม่มีคำว่า “สายเกินไป” โดยเฉพาะกับคำว่า เงินล้าน เป็นคำที่ดูสูงเกินเอื้อมสำหรับใครหลายคน แล้วถ้าเป็น 10 ล้านบาท ก็ยิ่งดูแล้วห่างไกลใช่หรือไม่ โดยเฉพาะคนทำงานกินเงินเดือนโดยทั่วไป แต่เชื่อหรือไม่ว่า คุณก็อาจจะมีเงิน 10 ล้านบาทได้ถ้าตั้งใจ โดยวิธีการที่ไม่ยากเลย ไม่ต้องขาย ไม่ต้องทำธุรกิจ ฟังดูเหมือนฝันใช่ไหม ต่อไปนี้เป็นเทคนิคที่นำมาเสนอให้ผู้อ่านลองพิจารณาดู

เทคนิคที่ว่านั้นก็คือ การออมเงิน! ใช่แล้ว การออมเงินธรรมดา ๆ นี่เอง ที่ทุกคนเรียนรู้มาตั้งแต่เด็ก แต่จะออมอย่างไร ใช้เงินเท่าไหร่ เป็นเวลานานเท่าใด ก็ขอให้ดูตามลำดับดังนี้

ก่อนอื่นต้องตั้งเป้าหมายการออมก่อน ซึ่งในที่นี้ต้องเป็นระยะยาว เพราะเงิน 10 ล้านบาท ย่อมไม่ได้มาง่าย ๆ ในเวลา 1-2 ปี แต่จะต้องเป็น 20-30 ปี สำหรับมนุษย์เงินเดือน หลังจากนั้นให้ศึกษาความเป็นไปได้ก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถทำได้จริง ซึ่งเราได้นำข้อมูลมาให้แล้ว จากการคำนวณด้วยเว็บไซต์ https://www.msn.com/th-th/money/tools/savingscalculator ซึ่งจะให้กำหนดเป้าหมายการออม จำนวนเงินตั้งต้น ระยะเวลาออม %ดอกเบี้ย เพื่อค้นหาว่าจะต้องออมเงินกี่บาทต่อเดือน ให้บรรลุเป้าหมาย

เราจึงลองใส่ค่าที่ต้องการลงไป ด้วยเงินเป้าหมาย 10 ล้านบาท และระยะเวลา 30 ปี ได้ผลดังนี้

ในการบรรลุเป้าหมายเงินออมจำนวน ฿10,000,000 ใน 30 ปี ในอัตราดอกเบี้ยต่อปีที่ 12% แต่ละเดือนคุณต้องลงทุนเป็นจำนวน ฿3,453

ทำได้ไหม? ในการออมเงินเดือนละ 3,453 บาทต่อเดือน ในการลงทุนที่ให้ผลตอบแทน 12% ต่อปี โดยออมเงินเท่ากันในทุก ๆ เดือนไปเรื่อย ๆ สมมติว่าเริ่มทำงานตอนอายุ 22 ปี ก็หมายความว่าเมื่ออายุ 52 ปี ก็จะมีเงินเก็บ 10 ล้านบาท ตามตารางคำนวณด้านล่างนี้
ปี

ตารางดอกเบี้ยสะสม

จะเห็นว่ามีความเป็นไปได้อย่างมาก กับการออมเงินเพียงประมาณ 3,500 บาทต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งไม่เหลือบ่ากว่าแรงแน่นอน หากมีความตั้งใจจริง แต่ต้องเลือกลงทุนในกองทุนหรือหุ้นพื้นฐานที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ มั่นคงในระยะยาว ถ้าได้ผลตอบแทน 12% ต่อปี ตามแผน ก็ไม่ยากที่จะได้เงิน 10 ล้านบาทในที่สุด ซึ่งวิธีนี้ดูมีความหวังมากกว่าการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเพราะเงินลงทุนย่อมไม่สูญเปล่า แม้จะมีความผันผวนได้ แต่ก็ต้องได้ดอกเบี้ยมากน้อยตามส่วน

ในวัย 50 ปีก็ยังมีเรี่ยวแรงมีพลังอยู่ถ้าดูแลสุขภาพได้ดี เงินก้อนนี้ก็สามารถเก็บไว้ต่อยอดการลงทุนต่อไป หรือสำรองไว้ใช้ยามเกษียณอายุจากงานแล้ว แบ่งเงินไปท่องเที่ยวหรือทำสิ่งที่รักได้ ซึ่งจะทำให้มีความคล่องตัวทางการเงินมากกว่าแน่นอนเมื่อเทียบกับคนที่ไม่วางแผนการลงทุนเลย สิ่งเหล่านี้ไม่มีสอนในโรงเรียนแต่ต้องหาวิธีกันเองหลังจากการทำงาน แทนที่จะเฝ้าคิดถึงแต่การซื้อของฟุ่มเฟือยมาตอบสนองความต้องการตนเอง ควรมองหาแผนการออมและทำอย่างมีวินัยเพื่อเป้าหมายใหญ่เงิน 10 ล้านบาทที่รออยู่ข้างหน้า

อยากมีเงิน 10 ล้านบาท ใน 30 ปี ทำได้หรือไม่

หายโกรธได้ด้วยเทคนิคง่ายๆ วิธีเอาชนะความโกรธ

หายโกรธได้ด้วยเทคนิคง่ายๆ วิธีเอาชนะความโกรธ

ความโกรธเป็นอารมณ์ชนิดหนึ่งเช่นเดียวกับ รัก โลภ โกรธ หลง เชื่อว่าบนโลกใบนี้ไม่มีใครที่ไม่เคยรู้สึกโกรธ เพียงแต่ว่าเมื่อเราโกรธนั้น เราเลือกที่จะแสดงออกมามากน้อยขนาดไหน ความโกรธเป็นอารมณ์ปกติของมนุษย์หากแสดงออกน้อยก็ถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากแสดงออกมากก็อาจจะทำให้เกิดเป็นปัญหาในด้านต่าง ๆ ตามมาได้

และเนื่องจากสังคมมีกฎเกณฑ์ และมีกฎหมายที่เป็นตัวควบคุมการแสดงออกทางพฤติกรรมของมนุษย์ไม่ให้มีการล้ำเส้นมากจนเกินไป จนทำให้เกิดการไปเบียดเบียน หรือทำร้ายผู้อื่นได้

ดังนั้น วันนี้เราจึงมี 7 วิธีเอาชนะความโกรธมาฝากกัน

หายใจเข้า-ออกลึก ๆ

เมื่อเรารู้สึกโกรธ ไม่พอใจใคร ให้สูดหายใจเข้าลึก ๆ หายใจออกยาว ๆ วนแบบนี้ไปเรื่อย ๆ การสูดเอาออกซิเจนเข้าไปในร่างกายจะช่วยให้สมองและเซลล์ของเราสดชื่น และหลั่งสารที่มีชื่อว่า เอนดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขออกมา ทำให้เราหายจากอาการโกรธได้

เปลี่ยนอิริยาบถในทันที

เมื่อเรากำลังรู้สึกโกรธ ร่างกายจะตกลงไปตามแรงโน้มถ่วงส่งผลให้เรายิ่งทวีความไม่พอใจมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเราจึงควรเปลี่ยนท่าทาง อิริยาบถในทันที เช่น ถ้าเรานั่งอยู่ก็ให้ยืนเพื่อยืดเส้นยืดสายให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย ถ้าเรากำลังยืนอยู่ก็ให้เดินไปด้านนอกเพื่อสูดอากาศสักหน่อย ความโกรธที่มีจะช่วยเบาบางลงเมื่อเราเปลี่ยนอิริยาบถในทันที

คุยกับเพื่อนสนิท

บางครั้งเมื่อเรารู้สึกไม่พอใจ หรือโกรธใครมาก ๆ การเก็บไว้คนเดียวจะยิ่งทำให้ความโกรธนั้นยังครุกรุ่นอยู่ไม่จางหายไปง่าย ๆ ดังนั้นการพูดกับใครสักคนก็จะเป็นการระบายความโกรธออกไปจากใจของเราได้ ไม่จำเป็นว่าคนนั้นจะช่วยอะไรเราได้หรือไม่ แต่เชื่อไหมว่าแค่การได้ระบายกับใครสักคนที่เราไว้ใจมาก ๆ ก็ทำให้ความโกรธที่มีในใจเราเบาบางคลี่คลายไปได้จนเกือบหมดเลยนะ

ดูหนังตลก

ถ้าไม่รู้จะพูดกับใคร หรือไม่อยากออกไปข้างนอก เปิดยูทูบดูคลิปตลกเลย เป็นการเปลี่ยนอารมณ์ได้ในทันทีเลยนะ ทีนี้จากที่โกรธอยู่ก็จะกลายเป็นอารมณ์ดีขึ้นมาได้ในทันทีเลย

7 วิธีเอาชนะความโกรธ

ฟังเพลงจังหวะสนุก ๆ

หรือถ้าคุณไม่สามารถที่จะดูหนัง เปิดคลิปได้ การฟังเพลงก็สามารถช่วยได้เช่นกัน เปิดเพลงที่เราชอบฟังบ่อย ๆ หรือเปิดเพลงที่มีจังหวะสนุก ๆ หน่อยก็เป็นการเปลี่ยนอารมณ์ได้ในทันทีเช่นกัน

อ่านหนังสือการ์ตูน

สายหนังสือก็ต้องนี่เลย หนังสือการ์ตูนเรื่องโปรด (ถ้าไม่มี ก็อาจจะเป็นขายหัวเราะก็ได้นะ) หรือหนังสือที่เราชอบหยิบขึ้นมาอ่านเล่น และอ่านให้ได้อย่างน้อย 10-15นาที รับรองหายโกรธได้แน่นอน

เขียนใส่กระดาษ

ข้อนี้จะคล้าย ๆ กับการเล่าให้เพื่อนสนิทฟัง ถ้าเราไม่อยากเล่าให้ใครฟังเราก็เขียนระบายในกระดาษแทนก็ได้ วิธีนี้ก็ได้ผลเหมือนกันเขียนในสิ่งที่เราไม่พอใจลงไป แล้วความโกรธในใจเราก็จะเบาบางลงเช่นกัน แต่พอเขียนเสร็จแล้วอย่าลืมทำลายทิ้งนะ เพราะใครมาเห็นเข้ามันจะไม่ดี

ความโกรธไม่ดีต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของเรา เลิกโกรธและหันมายิ้มให้กันเพื่อเพิ่มสารแห่งความสุขให้ร่างกาย จิตใจของเราแทนกันดีกว่า