ไม่แคร์โลกซะอย่าง

5 ทริคการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขของคนไม่แคร์โลก

คนไม่แคร์โลก คือ คนไม่สนใจคอมเม้นต์หรือคำตำหนิติเตียน ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามในสิ่งที่ตัวเองปรารถนา ตราบใดที่ไม่เดือดร้อนคนอื่น ซึ่งตรงข้ามกับคนที่ไม่เอาใครจะเป็นคนไม่มีปฏิสัมพันธ์และแยกตัวออกจากคนอื่น ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีทริคการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข ฉบับคนไม่แคร์โลก ดังต่อไปนี้

ทริคที่ 1 ไม่เน้นของหรูหราราคาแพงแต่เน้นสิ่งที่จำเป็นต้องใช้

คนไม่แคร์โลกจะมีมุมมองว่า การซื้อสิ่งของก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นต้องใช้งาน เช่น ซื้อรถยนต์ยี่ห้อที่ใช้งานได้หรือต้องขับรถไปทำงานเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเป็น ซุปเปอร์คาร์ หากกรณีเป็นสมาร์ทโฟน สมมติว่าใช้ประมาณ 4 ปี ไม่มีปัญหาเลย แต่ปีนี้ได้มีรุ่นใหม่ออกมา ในราคา 20,000 – 30,000 บาท คนไม่แคร์โลกไม่ปล่อยให้กระแสโลกดึงไปเพราะเขาทราบว่าเป็นกระแสบริโภคนิยม บริษัทต่าง ๆ ต้องการขายสินค้าให้ได้ จึงมีโฆษณาสร้างกระแสและภาพลักษณ์เพื่อดึงผู้คนให้มาซื้อสินค้าตัวเอง ทำให้คนที่ไม่แคร์โลกใช้โทรศัพท์ธรรมดาเพื่อสำหรับโทรและดูข้อมูลก็เพียงพอแล้ว ซึ่งมีราคาถูกกว่า 5 ถึง 10 เท่า ส่วนคนแคร์โลก ยอมผ่อนเดือนละ 2,000 ถึง 3,000 บาท พอผ่อนหมดประมาณ 3 เดือน รุ่นใหม่ออกอีกแล้ว ก็เปลี่ยนไปซื้อรุ่นใหม่อีกเพราะกลัวสายตาคนอื่นจะมองว่าใช้รุ่นเก่า จึงผ่อนไปเรื่อยทั้งที่ไม่มีความจำเป็น หากกรณีเป็นกระเป๋า คนไม่แคร์โลกจะใช้กระเป๋าธรรมดาที่สามารถใส่ของมากมาย ส่วนคนแคร์โลกก็จะต้องเป็นกระเป๋าที่มีแบรนด์ ราคาหลายหมื่นถึงแสนบาท

ทริคที่ 2 ทำในสิ่งที่มีความสุข

การทำอะไรของคนไม่แคร์โลก เป็นสิ่งที่เขาอยากจะทำจริงหรือมีความสุขที่ได้ทำ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อตัวเองและคนอื่น โดยไม่แคร์ว่า เมื่อได้ทำไปแล้วจะได้รับประโยชน์อะไรกลับมาบ้าง เช่น คำชื่นชมยินดี ค่าตอบแทน เป็นต้น นอกจากนี้ คนไม่แคร์โลกไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดกับตัวเองอย่างไรหรืออาจจะแคร์บ้างแต่ไม่เก็บมาใส่ใจมากเกินไป เพราะเขาทราบว่า ทุกคนมีความคิดเห็นเป็นของตัวเอง บางคนตั้งใจทำงานหนักหาเงินได้เยอะ แต่มีนิสัยชอบหาทีเด็ดบอลเต็งแล้วแทงบอลเล่นขำๆ พอคนอื่นรู้ก็ดุด่าสอนว่าเดี๋ยวหมดตัวทั้งๆที่คนเล่นพนันสามารถจัดการบริหารเงินตัวเองให้เหลือเก็บมากกว่าคนรอบข้างได้หลายเท่าเพราะแยกแยะได้ว่างานหลักคืออะไรกับงานอดิเรกขำๆคืออะไร เมื่อลงมือทำอะไรไปแล้ว ก็จะมีบางคนเห็นต่างหรือตำหนิว่า ทำไมไม่ทำให้ดีกว่านี้ ถ้าเขามัวฟังความคิดเห็นคนอื่นมากเกินไปหรือทุกข์ใจกับคอมเม้นต์ ก็จะทำให้เขาไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย

ทริคที่ 3 ไม่แคร์คนที่มีนิสัยแตกต่าง

คนไม่แคร์โลก จะไม่สนใจคนรอบตัวที่มีนิสัยแตกต่าง โดยเฉพาะคนนอกที่มีนิสัยถึงขั้นเข้ากันไม่ได้จริง ๆ ก็จะตัดความสัมพันธ์กับคนนั้นไปเลยเพื่อความสบายใจทั้ง 2 ฝ่าย แต่กรณีเป็นพี่น้องที่มีนิสัยที่ไม่เหมือนกัน คนไม่แคร์โลกจะไม่แคร์แต่ไม่ถึงขั้นตัดความสัมพันธ์เพราะต้องอยู่ร่วมกันนั่นเอง หากเปรียบเทียบกับหลายคนที่ไม่ใช่คนไม่แคร์โลก เมื่อเห็นคนที่มีนิสัยที่แตกต่าง ก็จะเกิดความรู้สึกหงุดหงิด ว่าทำไมเขาทำแบบนี้ ทำให้เกิดความทุกข์โดยไม่รู้ตัว

ทริคที่ 4 ไม่หาข้อบกพร่องของใคร

คนไม่แคร์โลกจะไม่จับผิดคนอื่นและจะไม่มาบ่นว่าใครเป็นอย่างไร หรือใครไม่ได้ดั่งใจและต้องให้มารับผิดชอบอะไร เพราะเขาทราบว่าคนที่ขี้บ่นจะเป็นคนที่ไม่มีความสุข ทำให้คนที่ไม่แคร์โลกจะมองวิธีการแก้ปัญหามากกว่าที่จะมองหาข้อบกพร่องของคนอื่น

ทริคที่ 5 ไม่สนใจสิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

หากทุกเช้าต้องเจอเรื่องรถติดบนท้องถนนซึ่งเป็นสถานการณ์ปัจจุบันในกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้เกิดความกดดันให้กับหลายคน แต่ถ้าคนไม่แคร์โลกจะไม่สนใจรถติด ไม่ว่าจะติดเป็นชั่วโมงก็ตาม เพราะเขาทราบว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อมีมุมมองเช่นนี้ ก็จะเป็นคนไม่แคร์โลกที่มีจิตใจสบายหรือมีความสุข

โลกในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงหรือเจริญทางด้านเทคโนโลยีมากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้ผู้คนมีความสุขน้อยลง โดยเฉพาะคนที่ต้องทำตามกระแสสังคม แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีกลุ่มหนึ่งที่กลับมีความสุข คือ คนที่ไม่แคร์โลกที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้น ดังนั้น จะดีไม่น้อยเลยหากคุณได้นำมุมมองฉบับคนไม่แคร์โลกมาใช้ในชีวิตประจำวันดูบ้าง

ห่างไกลจากมะเร็งร้ายด้วย 5 เทคนิคเลือกทานอาหารต้านมะเร็ง

ห่างไกลจากมะเร็งร้ายด้วย 5 เทคนิคเลือกทานอาหารต้านมะเร็ง

แม้ว่าโรคภัยไข้เจ็บจะไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น และถึงแม้จะเป็นเรื่องที่เลี่ยงได้ยากแต่ก็สามารถเลี่ยงได้หากดูแลร่างกายอย่างถูกต้อง และโรคร้ายที่พบมากเป็นอันดับต้น ๆ ของคนไทยต้องยกให้กับโรคมะเร็ง โรคร้ายที่แม้จะมีโอกาสรักษาให้หายแต่ก็คร่าชีวิตคนไทยจำนวนมาก โดยการรับประทานอาหารมีส่วนอย่างมากที่ทำให้เกิดโรคดังกล่าว เพราะฉะนั้นเราจึงอยากบอกต่อเทคนิคเลือกรับประทานอาหารที่จะทำให้ห่างไกลจากมะเร็งตัวร้าย

เทคนิคเลือกทาน เพื่อต้านมะเร็งร้าย

ผัก ผลไม้ อย่าได้ขาด

สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและต้านภัยร้ายจากโรคมะเร็งนั่นคือ สารอาหารจากผักและผลไม้ โดยควรเลือกทานผักหลากสี เนื่องจากผักแต่ละสีมีคุณประโยชน์ต่างกัน ส่วนผลไม้เต็มไปด้วยเส้นใยที่มีประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย ระบบย่อยอาหาร และมีสารต้านอนุมูลอิสระอันมีประโยชน์ในการต้านทานโรคมะเร็ง

เครื่องเทศก็สำคัญ

ความได้เปรียบของประเทศไทยคือนิยมใช้เครื่องเทศปรุงอาหาร ไม่ว่าจะเป็น พริก พริกไทย ขมิ้น กระเทียม ฯลฯ โดยเครื่องเทศประกอบด้วยแร่ธาตุและวิตามินที่มีส่วนช่วยต้านทานโรคมะเร็ง แม้หลายคนอาจไม่ชอบรับประทานเครื่องเทศ แต่ถึงอย่างนั้นควรเลือกทานให้มากที่สุด เพราะมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับร่างกาย

เน้นรับประทานธัญพืชและเส้นใย

อีกหนึ่งเทคนิคเลือกทานเพื่อต้านโรคร้ายคือ การเติมธัญพืชและเส้นใยเข้าสู่ร่างกายให้มากที่สุด เนื่องจากธัญพืชและเส้นใยเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อีกทั้งยังทำหน้าที่นำพาสิ่งตกค้างในลำไส้ออกไปพร้อมการขับถ่าย โดยอาหารที่มีธัญพืชและเส้นใย คือ ข้าวกล้อง ข้าวไม่ขัดสีอื่น ๆ ลูกเดือย งา แมงลัก พืชตระกูลถั่ว เป็นต้น

ลดไขมันและเนื้อแดง

เทคนิคข้อนี้อาจจะไม่ถูกใจคนชอบรับประทานเนื้อสัตว์สักเท่าไหร่ โดยเฉพาะเนื้อแดง เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อแกะ เนื่องจากจะทำให้เกิดความเสี่ยงทั้งมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ โดยควรจำกัดการรับประทานอาทิตย์ไม่เกิน 500-800 กรัมเท่านั้น นอกจากนี้ควรเลี่ยงอาหารไขมันสูง เพราะเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคมะเร็ง นอกจากนี้ การทานอาหารที่มีไขมันต่ำ ยังช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจอีกด้วย

ใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนปรุงอาหาร

นอกเหนือจากการเลือกรับประทานอาหารแล้ว ยังมีอีกเทคนิคสำคัญที่ช่วยให้ห่างไกลมะเร็งร้ายคือ ควรใส่ใจการปรุงอาหาร โดยหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันทอดซ้ำ ๆ เลี่ยงทานอาหารปิ้งย่าง หรือหากทานก็ไม่ควรย่างจนไหม้เกินไป รวมถึงการไม่รับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ เพราะอาจมีพยาธิทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบเรื้อรัง จึงควรทานอาหารที่ปรุงจนสุกแล้วเท่านั้น

เมื่ออาหารมีส่วนสำคัญที่ทำให้ห่างไกลจากโรคร้าย เราทุกคนจึงควรหันมาเลือกรับประทานอาหารให้มากขึ้น เน้นทานอาหารที่มีประโยชน์ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย เพียงเท่านี้ก็สามารถห่างไกลจากมะเร็งได้ อีกทั้งยังได้สุขภาพที่แข็งแรงเป็นของแถมอีกด้วย

เทคนิคเลือกทาน เพื่อต้านมะเร็งร้าย

เรื่องที่ผู้คนบนโลกออนไลน์อยากรู้

“สาระทั่วไป” เรื่องที่ผู้คนบนโลกออนไลน์อยากรู้

ในยุคที่ผู้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างง่าย และรวดเร็วเพียงปลายนิ้ว ด้วยเทคโนโลยีของโลกยุคดิจิทัล และมีแนวโน้มจะยิ่งสะดวกรวดเร็วมากขึ้นเมื่อไทยเข้าสู่ยุค 5G ก็จะยิ่งทำให้ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ กลายเป็นเรื่องจำเป็นมากขึ้น สำหรับการนำมาผลิตเนื้อหา (Content) บนโลกออนไลน์ หนึ่งในเรื่องราวที่ผู้คนสนใจมาก ๆ แทบตลอดเวลาโดยเฉพาะบนสื่อออนไลน์ ก็คือเรื่องราวเกี่ยวกับ “สาระทั่วไป”

สาระทั่วไปคืออะไร

เป็นเรื่องของความรู้รอบตัว เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน ยิ่งเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก ๆ ยิ่งได้รับความสนใจเพราะในยุคที่เต็มไปด้วยข้อมูลล้นหลาม มีทั้งเรื่องจริงและเรื่องหลอกลวง โดยเฉพาะในโลกออนไลน์นั้น ผู้คนจะเลือกรับข้อมูลข่าวสารที่มีลักษณะดังนี้

เรื่องใกล้ตัว อะไรก็ตามที่เกี่ยวพันหรือใกล้ชิดกับตัวเองหรือคนในครอบครัวจะได้รับความสนใจหรือการเลือกรับข้อมูลมากกว่าเรื่องไกลตัว หากเปรียบเทียบกรณีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา กับเรื่องของ พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 จะเห็นชัดว่า ผู้คนจะเลือกติดตามข้อมูลสาระเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่ามากกว่า รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการป้องกัน, การเลี่ยงจุดเสี่ยง, อาหารที่ช่วยป้องกันหรือเสริมภูมิต้านทานของร่างกาย ฯลฯ เพราะสิ่งเหล่านี้อยู่ใกล้ตัวมากกว่าและสามารถจับต้องได้

เรื่องที่มีผลกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ เพราะเรื่องราวหรือความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่จะมีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ถือว่าเป็นเรื่องที่จะมีผลกระทบโดยตรง ผู้คนจะให้ความสนใจเป็นอย่างมาก หากเทียบกับเรื่องราวที่ไม่ได้มีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่แล้ว กรณีแรกจะเป็นข้อมูลที่ผู้คนเลือกรับมากกว่า เช่น ข่าวการหลอกให้ลงทุน, การแจกเงินในโครงการต่าง ๆ ของรัฐ , การขึ้นค่าจ้าง , การขึ้นราคาสินค้า เพราะว่ามีผลโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ ผู้คนจึงให้ความสนใจติดตามเรื่องราวเหล่านี้มากกว่าเรื่องที่ไม่มีผลโดยตรงเช่น เครื่องบินรุ่นที่เลิกผลิต, การแต่งตั้งนายกสมาคมฟุตบอล ฯลฯ เพราะเรื่องประเภทหลังไม่ได้มีผลกระทบใด ๆ ต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนเลย

เรื่องแปลกใหม่ เรื่องธรรมดา ๆ ทั่วไป อาจไม่เป็นที่สนใจมากนัก แต่หากมีเรื่องราวแปลกใหม่เกิดขึ้น หรือเป็นเรื่องสร้างเซอร์ไพร์ส ก็จะกลายเป็นสาระที่ผู้คนติดตามได้ เช่น ลูกวัวมี 2 หัว , ต้นไม้รูปร่างประหลาด เป็นต้น

เรื่องราวเหล่านี้หากนำมานำเสนอร้อยเรียงด้วยภาษาง่าย ๆ ให้คนทั่วไปเข้าใจง่าย ๆ ก็จะกลายเป็นสาระทั่วไป, สาระน่ารู้ ที่ผู้คนต้องการอ่าน หลายคนนำสาระดี ๆ ที่เข้ากับ 3 ลักษณะดังกล่าวข้างต้น ไปปรับแต่งให้อยู่ในรูปแบบของ “บทความ” หรือ “บล็อก” (Blog) ที่คล้าย ๆ กับการร้อยเรียงเรื่องราวเหมือนไดอารี่ สอดแทรกรูปภาพประกอบดี ๆ เข้าไป หากตรงใจหรือตรงกับสิ่งที่ผู้คนอยากรู้ ก็จะทำให้มีผู้สนใจติดตามอ่าน หรือร่วมแชร์ข้อมูลเหล่านี้ต่อ ๆ กันไปผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น

สาระทั่วไปคืออะไร

วางแผนชีวิตอย่างไรก่อนลาออกจากงานประจำ

สิ่งที่ต้องวางแผนก่อนออกจากงานประจำ

การทำงานประจำเป็นช่องทางสร้างรายได้ที่มีความมั่นคง แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องการจะเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่นที่อิสระกว่า เช่น ทำงานรับจ้างแนวฟรีแลนซ์แบบ รับจ้างเขียนบทความวิเคราะห์บอลจาก โปรแกรมบอลพรุ่งนี้ หรือทำธุรกิจส่วนตัว ซึ่งมีการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญว่าในช่วงปี 2019-2020 เป็นเวลาที่มีความเสี่ยงสูงหากจะตัดสินใจลาออก

วางแผนชีวิตอย่างไรก่อนลาออกจากงานประจำ

มีเงินสำรองเพียงพอ : ก่อนลาออก ควรสำรวจเงินสำรองในแต่ละเดือนที่คุณต้องมี โดยคิดจากรายจ่ายแต่ละเดือน ควรมีเงินติดบัญชีไว้ใช้จ่ายได้สบาย ๆ ยาวนาน 6-12 เดือนก่อนที่จะลาออกจากงานประจำ เช่น มีรายจ่ายเดือนละ 20,000 บาท คุณควรจะมีเงินเก็บอยู่ที่ 200,000 บาทขึ้นไป เพื่อป้องกันการความเสี่ยงจากการจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน หากธุรกิจส่วนตัวที่ทำยังไม่เติบโตดีนัก การมีเงินสำรองนี้จะได้ไม่กระทบต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและไม่ทำให้คุณเครียดเกินไป

มีสวัสดิการรองรับ : การทำงานเป็นพนักงานประจำจะมีสวัสดิการของบริษัท ให้คุณเบิกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลได้เต็มที่ โดยที่คุณก็มีสิทธิ์ที่จะลาป่วยลาพักร้อนได้โดยยังได้เงินเดือนอยู่ครบถ้วนตามสิทธิ์ แต่หากทำงานแนวอิสระ รับจ้างแบบไม่สังกัดหน่วยงาน หรือทำธุรกิจส่วนตัวจะไม่มีสวัสดิการในส่วนนี้รองรับ คุณจึงจำเป็นจะต้องทำประกันชีวิตและประกันสุขภาพ ซึ่งเท่ากับมีค่าใช้จ่ายรายเดือนเพิ่มขึ้นด้วย ประเด็นนี้เป็นสิ่งสำคัญที่คุณจะต้องพิจารณาในระยะยาวและเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับตัวเอง

มีแนวทางชัดเจน : หลายคนอยากทำงานฟรีแลนซ์เพราะเบื่องานประจำที่ทำ มองว่าเป็นงานเดิม ๆ ไม่ท้าทาย หรือเบื่อสังคมที่ต้องเผชิญกับปัญหาในแต่ละวัน แต่การลาออกมาโดยไม่มีทิศทางว่าจะทำอาชีพอะไร หรือหรือไม่ได้ศึกษาตลาดอาชีพรองรับไว้อย่างเพียงพอ ก็จะทำให้เสี่ยงตกงานไม่มีรายได้เข้าสู่ครอบครัวไปหลายเดือน จะทำให้คุณรู้สึกสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง เสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าหรือโรคเครียดตามมาได้

มีความรู้และทักษะด้านอื่น ๆ : ผู้ที่จะทำธุรกิจให้อยู่รอดได้ในยุคเศรษฐกิจ ปี 2020 ต้องมีความสามารถรอบด้านที่เกี่ยวข้องกับงานที่จะทำ เช่น หากเปิดธุรกิจส่วนตัวอย่างการขายชาบู ก็จะต้องรู้ตั้งแต่แหล่งผลิตเนื้อที่มีคุณภาพ แหล่งปลูกผักที่ปลอดสารพิษ วิธีการบริหารจัดการร้าน การเลือกที่ตั้งทำเลสาขา การบริหารการเงิน การบริหารลูกน้องในทีม และความรู้อื่น ๆ ที่จำเป็น

จะเห็นได้ว่าการทำธุรกิจเพื่อให้อยู่รอด ไม่ใช่มีเพียงความชอบเท่านั้น แต่ต้องมีการเรียนรู้และปรับตัวตลอดเวลาด้วย เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านตระหนักถึงการวางแผนให้พร้อมก่อนการลาออกจากงานประจำมากขึ้น

สิ่งที่ต้องวางแผนก่อนออกจากงานประจำ

ทำงานบริษัทให้เติบโต ต้องทำอย่างไร

ทำงานบริษัทให้เติบโต ต้องทำอย่างไร

การทำงานให้ประสบความสำเร็จเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ หากคุณทำงานบริษัทก็ต้องการให้ก้าวหน้าในสายงาน นอกจากความขยันในการทำงานตามหน้าที่แล้ว ยังต้องมีคุณสมบัติที่สำคัญอื่น ๆ อะไรบ้าง ที่จะส่งเสริมให้คุณ ก้าวหน้าได้มากขึ้นกว่าเดิม เรามาดูพร้อมกันเลย

พนักงานบริษัทอยากก้าวหน้า ต้องรู้สิ่งนี้

มีเป้าหมายที่ชัดเจน : เป้าหมายเป็นเหมือนเข็มทิศ ที่สำคัญของคนทำงานที่คาดหวังความสำเร็จสูง เช่น ถ้าคุณต้องการก้าวสู่ตำแหน่งรองหัวหน้าในปีนี้ ควรมีความสามารถทั้งด้านการบริหาร การวางแผนกลยุทธ์ และภาษาต่างประเทศในระดับที่สามารถทำให้แผนกของคุณเติบโตได้ก้าวหน้ากว่าที่เคย คุณจึงต้องลงเรียนคอร์สต่าง ๆ หรืออบรมเพิ่มให้ถูกหลักสูตรและปฏิบัติเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะมีโอกาสทำให้คุณก้าวสู่ตำแหน่งที่ต้องการได้ไม่ยาก

รู้ใจหัวหน้า : หัวหน้างานแต่ละคนจะมีบุคลิกและวิธีการคิดที่แตกต่างกัน ตามภูมิหลังครอบครัวและประสบการณ์ การวิเคราะห์และทำความเข้าใจได้อย่างถูกต้องจะทำให้คุณปฏิบัติต่อเขาได้อย่างเหมาะสม จนเป็นที่รักและเอ็นดูส่งเสริมให้งานคุณเติบโตได้เร็ว เช่น หัวหน้าเรียนและทำงานในต่างประเทศมานานกว่า10 ปี จะมีแนวคิดเปิดกว้าง ชอบลูกน้องที่มีแนวคิดแปลกใหม่และกล้าแสดงความคิดเห็น คุณก็ต้องพัฒนาตัวเองให้เป็นตามแนวทางนี้ หากนายจ้างเป็นคนที่ชอบออกคำสั่งให้คนทำตาม คุณก็จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดและใส่ใจรายละเอียด เป็นต้น

ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาตัวเอง : การทำงานบริษัท แม้อายุงานจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ห้ามคิดว่าจะหยุดพักการพัฒนาตัวเอง เพราะการเติบโตในสายงานในอนาคต ต้องมาจากการมีบุคลิกไม่หยุดนิ่ง พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ ที่สำคัญ คือ ด้านของเทคโนโลยีไอที ที่จะมีการใช้ AI มาแทนที่คนมากขึ้น หากต้องการการก้าวหน้า จะต้องฝึกฝนทักษะการนำ AI มาพัฒนางานให้ก้าวหน้ากว่าเดิม หากปล่อยให้ตัวเองหยุดนิ่ง อยู่กับที่เป็นเวลานาน จะทำให้คุณล้าหลังและเสี่ยงต่อการถูกไล่ออกในที่สุด

กล้าคิดกล้าทำ : คนมีบุคลิกขี้อาย ไม่กล้ารับผิดชอบงานใหญ่และกลัวการผิดพลาด จะเป็นอุปสรรคต่อการเติบโต คนที่กล้าคิดกล้าทำ และพร้อมยอมรับคำติชมของผู้อื่น จะทำให้คุณก้าวหน้าได้มากกว่าเดิม การนำเสนอผลงานใด ๆ ในที่สาธารณะ จะทำให้เป็นที่จดจำของผู้อื่น และมีโอกาสได้รับการสนับสนุนให้เติบโตในสายงานมากยิ่งขึ้น

การที่จะทำให้ตัวเองก้าวหน้าในการทำงานมีอยู่หลายแนวทาง สิ่งสำคัญคือ คุณต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และมุ่งมั่นสม่ำเสมอที่จะพัฒนาตัวเอง เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านได้มองเห็นแนวทางที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้ดียิ่งขึ้นต่อไป

พนักงานบริษัทอยากก้าวหน้า ต้องรู้สิ่งนี้

การเลือกอาหารที่เหมาะกับคนไขมันในเลือดสูง

การเลือกอาหารที่ดีต่อผู้มีปัญหาภาวะไขมันในเลือดสูง

ภาวะไขมันในเลือดสูงทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจที่สมองและหัวใจอุดตัน ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตและเสียชีวิตได้

ภาวะที่ไขมันในเลือดสูงมากเกินไป สามารถลดได้ด้วยการรับประทานอาหารที่เหมาะสมและเพิ่มการออกกำลังกาย เพื่อปรับสมดุลระบบเผาผลาญในร่างกาย

การเลือกอาหารที่ดีต่อผู้มีปัญหาภาวะไขมันในเลือดสูงมีอะไรบ้าง

1. หลีกเลี่ยงอาหารติดมัน

หนังและเนื้อสัตว์หลายชนิดจะมีไขมันอิ่มตัวสูง ที่ต้องหลีกเลี่ยง เช่น หนังของสัตว์ปีก หนังปลา เครื่องในสัตว์ ขาหมูคากิ ฯลฯ รวมถึงเมนูอาหารหลายชนิดที่มีทั้งแคลอรี่และไขมันอิ่มตัวสูง เช่น ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู ข้าวหมูกรอบ ฯลฯ ก็เป็นเมนูที่ต้องงดเช่นกัน

2. บริโภคอาหารนึ่งต้มตุ๋นแทนทอด

อาหารที่ทำด้วยการทอด เช่น หนังหมูทอดกรอบ ไข่ดาว ไข่เจียว หรืออาหารที่ต้องใส่น้ำมัน ปริมาณมาก เช่น ปาท่องโก๋ แป้งทอด มันฝรั่งทอด กล้วยแขก ฯลฯ เป็นเมนูอาหารที่มีการคำนวณพบว่าระดับไขมันแบบอิ่มตัวสูง โดยเฉพาะหากบริโภคเป็นประจำ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจึงแนะนำให้เลือกอาหารที่ทำด้วยกรรมวิธีอื่น เช่น การนึ่งด้วยไอน้ำ อบให้แห้ง ตุ๋น เช่น ไข่ตุ๋น จะดีต่อสุขภาพผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดสูงมากกว่า

3. รับประทานปลาทะเลน้ำลึก

ปลาทะเลน้ำลึกที่คนไทยรู้จักกันดี เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลากะพง มีโมเลกุลไขมันชนิดดี หรือที่เรียกว่า โอเมก้า 3 ในปริมาณระดับสูง ควรรับประทานอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะช่วยทดแทนการบริโภคโอเมก้าสามจากน้ำมันปลาหรือ Fish Oil ได้ และยังได้โปรตีนและคอลลาเจนซ่อมแซมร่างกายในราคาประหยัด โดยไม่ต้องซื้ออาหารเสริมใดใด

4. ปรับเปลี่ยนเมนูอาหารหวาน

อาหารหวานเป็นสิ่งที่ผู้เป็นโรคไขมันในเลือดสูงต้องควบคุมปริมาณการบริโภค โดยเฉพาะกลุ่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาล นม มาการีน เนยสด เนยเทียม กะทิสูง เช่น ไอศกรีมสูตรทั่วไป เบเกอรี่และคุกกี้ โยเกิร์ต ผลไม้เชื่อม ฯลฯ เพราะพลังงานและแคลอรี่ส่วนเกินจากเมนูเหล่านี้จะไปสะสมในรูปแบบไขมันในหลอดเลือดและอวัยวะต่าง ๆ ได้ จึงจำเป็นต้องเลือกสูตรที่มีไขมันต่ำ หรือใช้นมพร่องมันเนยแทนนมจืด, นมหวาน เลือกไอศครีมสูตรเชอร์เบทที่ไม่มีนมเนยเป็นส่วนผสม เช่น รสเสาวรส มะนาว แทนสูตรกะทิสด วานิลลา ช็อคโกแลต ฯลฯ

คนที่มีปัญหาค่าไขมันในเลือดสูง ต้องปรับเปลี่ยนเมนูอาหารคาวหวานที่รับประทานทุกมื้อ และต้องเสริมด้วยการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมวันละ 30 นาที เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ฯลฯ จะช่วยให้ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดอุดตันในขั้นที่รุนแรงขึ้น และทำให้คุณภาพชีวิตโดยรวมดีขึ้นได้

การเลือกอาหารที่เหมาะกับคนไขมันในเลือดสูง

เคล็ดลับดูแลสุขภาพสำหรับคนที่ยุ่งตลอดเวลา

เคล็ดลับดูแลสุขภาพสำหรับคนที่ยุ่งตลอดเวลา

การใช้ชีวิตที่วุ่นวายในแต่ละวัน ต้องทำงานเต็มเวลา ทำงานบ้าน ดูแลเด็ก ๆ ทำอาชีพเสริมรายได้ และเหตุผลอีกมากมาย ทำให้เราละเลยสุขภาพ ไม่ใส่ใจเลือกอาหารการกินที่มีคุณค่าหรือออกกำลังกาย เพราะคิดแต่ว่ามีเวลาไม่พอ ความจริงแล้วสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญและควรอยู่ในอันดับต้น ๆ ของรายการประจำวัน เพราะจะทำให้เรามีพลังมากพอที่จะรับผิดชอบทุกอย่างให้เรียบร้อย สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีเป็นสิ่งที่ควรรักษาไว้ก่อน มีหลายวิธีทำได้โดยไม่เสียเวลามาก ดังนี้

วิธีรักษาสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

1.สิ่งสำคัญอันดับแรกคือรักษาสุขภาพและความพอดี

เริ่มจากวางแผนตารางเวลาในแต่ละวัน เรียงลำดับความสำคัญของแต่ละรายการ แม้ว่าสิ่งนั้นจะใช้เวลาเพียง 15-30 นาทีก็ตาม พยายามโฟกัสกับสิ่งที่ทำเพื่อให้ทุกกิจกรรมเสร็จเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว มีเวลาพอสำหรับการวิ่ง เล่นโยคะ ดูละครทีวี เป็นต้น

2.นั่งสมาธิ 5 นาทีทุกเช้า

เมื่อชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยภาระหน้าที่ เกิดความเครียด รู้สึกกดดันและวิตกกังวลกว่าที่ควรจะเป็น นอกจากการดูแลร่างกายให้ดีแล้ว ยังต้องดูแลอารมณ์ด้วย การทำสมาธิทุกเช้าอย่างน้อย 5 นาทีเพื่อให้มีสติ สงบจิตใจ ก่อนที่ชีวิตจะเริ่มยุ่งเหยิงวุ่นวาย ทำให้รับมือกับกิจกรรมตลอดทั้งวันได้ดีขึ้น

3.ทำสมูทตี้ผักและผลไม้เป็นอาหารเช้า

ชั่วโมงเร่งด่วนในตอนเช้าทำให้หลายคนไม่มีเวลากินอาหารเช้าแบบมื้อปกติ แต่การงดมื้อเช้าไม่ดีต่อสุขภาพ กาแฟเพียงแก้วเดียวไม่เพียงพอสำหรับกิจกรรมที่ต้องทำในช่วงครึ่งวัน ลองเริ่มจากเมนูง่าย ๆ อย่างสมูทตี้ผลไม้และผัก เลือกใช้เครื่องปั่นพลังสูงเพื่อให้ได้เมนูมื้อเช้าที่มีประโยชน์ทันเวลา

4.ออกกำลังกายง่าย ๆ

ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายเป็นเวลา 1 ชั่วโมงทุกวันตามสูตร ปรับกิจกรรมและเวลาให้เหมาะกับแต่ละวัน แม้ว่าจะมีงานอัดแน่นในตาราง แต่การทำงานบ้านก็เป็นการออกกำลังกายได้เหมือนกัน ลองท่าออกกำลังกายง่าย ๆ ระหว่างทำอาหาร 15 นาที จอดรถไกลออกไปเพื่อเดินไปเข้าอาคารสำนักงาน ใช้บันไดแทนลิฟต์ เดินกลับบ้านแทนการนั่งวินมอเตอร์ไซค์ เท่านี้ก็เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องออกไปวิ่งหรือเข้าฟิตเนส

5.ปรุงอาหารสูตรด่วนหรือสั่งซื้อออนไลน์

เมื่อไม่มีทำอาหาร แต่ไม่อยากข้ามมื้ออาหาร ลองเขียนรายการเมนูที่ใช้ส่วนผสมไม่กี่อย่าง ปรุงง่ายและถูกต้องตามหลักโภชนาการ จะช่วยประหยัดเวลาได้มาก ถ้าซื้ออาหารสำเร็จรูปเป็นประจำอยู่แล้ว วันที่ไม่ว่างแวะซื้อกลับเข้าบ้านสามารถใช้บริการสั่งซื้อออนไลน์ เป็นตัวเลือกสุดท้ายเพราะค่าส่งค่อนข้างสูง แต่มีข้อดีในเรื่องประหยัดเวลาเดินทาง และเลือกเมนูอาหารได้หลากหลาย

6.พบแพทย์ทางออนไลน์

ทุกวันนี้เริ่มมีแอปพลิเคชันขอคำปรึกษากับแพทย์ผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น เป็นทางเลือกใหม่ที่ช่วยดูแลเรื่องสุขภาพให้แข็งแรงโดยไม่ต้องเดินทางและเสียเวลานั่งรอเป็นวัน และรับใบสั่งยาทางออนไลน์เพื่อประหยัดเวลา แต่ก็ควรไปตรวจร่างกายกับแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง

วิธีรักษาสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

ประโยชน์ของน้ำสมุนไพรที่คนไทยควรรู้

ประโยชน์ของน้ำสมุนไพรที่คนไทยควรรู้

น้ำดื่มสมุนไพร เป็นเครื่องดื่มที่เราสามารถทำเพื่อรับประทานเอง และสามารถทำเป็นอาชีพเสริมขายได้ ทั้งในรูปเครื่องดื่มแช่เย็นบรรจุขวดและแบบร้อนคู่กับการรับประทานอาหารคาว ซึ่งน้ำสมุนไพรแต่ละชนิดมีประโยชน์อยู่แตกต่างกัน เรามาดูกันว่าน้ำสมุนไพรที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จักและนิยมรับประทานจะมีประโยชน์อะไรบ้าง

1. น้ำใบบัวบก

ใบบัวบก สามารถรับประทานเป็นผักสดผักแกล้มกับน้ำพริก หรือจะใช้การต้มเพื่อให้ได้น้ำสมุนไพรสีเขียวสวยก็ได้ ประโยชน์ของน้ำบัวบกคือ ช่วยชะลอวัย เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ทั้งยังมีวิตามินเอสูง ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นได้ดีขึ้น เหมาะกับคนที่ต้องใช้สายตาดูหน้าจอมือถือและคอมพิวเตอร์บ่อย ๆ นอกจากนี้ จากคำกล่าวที่ว่าดื่มน้ำใบบัวบกแก้ช้ำในได้ ก็เพราะมีสาร Ginkgoside ที่ทำให้แผลอักเสบสมานหายเร็วขึ้นนั่นเอง

2. น้ำมะตูม

ผลมะตูม เป็นผลไม้ที่สามารถรับประทานเป็นแบบผลเชื่อม ใส่ในเบเกอรี่ คุ้กกี้ หรือรับประทานเป็นเครื่องดื่มแก้กระหายช่วงฤดูร้อน มีฤทธิ์์เย็นช่วยดับร้อน แก้ร้อนในได้เป็นอย่างดี ทั้งยังช่วยให้เจริญอาหาร เหมาะกับผู้ป่วยและผู้สูงวัยที่มักมีอาการเบื่ออาหารบ่อย ๆ นอกจากนี้ ยังมีสรรพคุณขับเสมหะ ช่วยให้ชุ่มคอ รับประทานแทนยาแก้ไอแบบเม็ดและน้ำได้เลย

3. น้ำใบเตย

ใบเตย ถือว่าเป็นพืชสมุนไพรใกล้ตัวที่คนนิยมทำมาทำสีผสมอาหาร ใช้เคี่ยวกะทิให้มีกลิ่นหอม และยังใช้เป็นห่อขนมหลายชนิด เช่น ตะโก้ และยังมีกลิ่นหอมสามารถใช้ดับกลิ่นในรถยนต์และห้องนอนได้ เมื่อนำมาต้มน้ำ จะได้น้ำใบเตยสีเขียว ที่สามารถช่วยลดอาการวิงเวียนศีรษะ แก้อ่อนเพลีย เสริมสร้างความสดชื่นให้แก่ร่างกายได้ใกล้เคียงกับน้ำดื่มเกลือแร่ นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่าการดื่มน้ำใบเตยเป็นประจำ จะช่วยในการปรับสมดุลระบบไหลเวียนโลหิต ลดระดับน้ำตาลในเลือด และทำให้ระดับความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปกติขึ้น

4. น้ำขิง

ขิงเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน นอกจากจะใช้ในการทำเมนูอาหารคาว เช่น ไก่ผัดขิง ได้แล้ว ยังนำมาต้มดื่มแบบร้อน ๆ เพื่อช่วยแก้เวียนศีรษะ บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน จึงเหมาะกับสตรีมีครรภ์ที่แพ้ท้อง ทั้งยังช่วยให้เจริญอาหาร เหมาะกับผู้ป่วยหรือคนสูงวัย นอกจากนี้ ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง หากรับประทานเป็นประจำจะช่วยให้ร่างกายมีสมดุลการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ดีขึ้นด้วย

เครื่องดื่มสมุนไพรแต่ละชนิดนั้น หากรับประทานหมุนเวียนกันไป จะทำให้ได้รับวิตามินที่หลากหลาย ทั้งนี้ไม่ควรเติมน้ำตาลมากเกินไป เพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน และหลีกเลี่ยงการเติมเกลือโดยไม่จำเป็น เพราะว่าจะทำให้ระดับความดันโลหิตเพิ่มสูงได้

เครื่องดื่มสมุนไพร

อยากให้ลูกออกกำลังกายมากขึ้น ชวนทำอะไรดี

หน่วยงานด้านสาธารณสุขเก็บสถิติพบว่า เด็กและวัยรุ่นมีปัญหาการติดเกมส์มากขึ้นและขาดการออกกำลังกาย ทำให้เสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ความดันและไขมันในเลือดสูง ตั้งแต่ช่วงอายุ 20 ปี ซึ่งจะเป็น ปัญหาสุขภาพ ต่อไปในระยะยาวด้วย เรามาดูกันว่าในแต่ละครอบครัวจะช่วยส่งเสริมให้ลูกออกกำลังกายมากขึ้นได้ในรูปแบบใดบ้าง

ชวนออกกำลังกายในสวนสาธารณะ

การออกกำลังกายร่วมกันทั้งครอบครัว พ่อแม่ลูก ในสวนสาธารณะเป็นเทคนิคกระตุ้นให้ลูกมีความสุขและช่วยเสริมสายใยในบ้านได้มากขึ้น หากมีสัตว์เลี้ยงก็สามารถนำไปออกกำลังร่วมกันได้ ควรทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

ให้ช่วยทำงานบ้าน

งานบ้านแต่ละอย่างต้องมีการใช้พลังงานแคลอรี่ และยังเป็นกระตุ้นให้ลูกมีความรับผิดชอบมากขึ้น เริ่มง่าย ๆ จากการเก็บกวาด ถูพื้น ซักผ้า เก็บใบไม้ในสนาม รดน้ำต้นไม้ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดการเผาผลาญ 100 แคลอรี่ต่อชั่วโมงเลยทีเดียว

ชวนลงแข่งขันกีฬา

เมื่อมีเป้าหมาย ทุกคนจะมีวินัยในการออกกำลังกายมากขึ้น ทั้งการฝึกซ้อม เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ซึ่งปัจจุบันมีสนามจัดการแข่งขันในและต่างประเทศ ทั้งเสาร์และอาทิตย์ บรรยากาศที่สนุกสนานจะทำให้เด็กรู้สึกกระตือรือร้นกับการออกกำลังกายมากขึ้น ทั้งนี้ พ่อแม่ต้องช่วยในการพิจารณาว่าระยะการแข่งขันในสนามกีฬาแบบใดที่เหมาะกับความแข็งแรงของร่างกายลูกและระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี หากลูกทำผลการแข่งขันได้ดี อาจจะสนับสนุนต่อยอดให้ลูกเป็นนักกีฬามืออาชีพในทักษะกีฬานั้น ๆ สร้างรายได้เลี้ยงดูตัวเองในอนาคตก็เป็นได้

เล่นสวนสนุกในห้างสรรพสินค้า

ห้างชั้นนำจะมีศูนย์รวมเครื่องเล่นใหม่ ๆ ให้เด็ก ๆ ไปออกกำลังกาย ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ ซึ่งลูกจะได้เรียนรู้ทักษะการเข้าสังคม ได้ฝึกแบ่งปันของเล่นกับเพื่อน ๆ ใหม่ ในระหว่างที่พ่อแม่ไปช้อปปิ้ง นับว่าเป็นการใช้เวลาที่คุ้มค่าทั้งครอบครัวเลยทีเดียว

ชวนขึ้นบันไดหรือที่ลาดชัน

การขึ้นบันไดในสถานที่ต่าง ๆ จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญและกระตุ้นหัวใจให้ทำงานดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินขึ้นบันไดหรือที่ลาดชันในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ภูเขา น้ำตก หรือการเดินขึ้นบันไดในห้างสรรพสินค้าที่จะช่วยลดการใช้ลิฟท์ได้ แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาจากช่วงวัยและความแข็งแรงของลูกที่พ่อแม่ต้องสังเกต หากลูกมีอาการเหนื่อยหอบ ก็ต้องให้หยุดพักเป็นระยะด้วย

จะเห็นได้ว่าการสนับสนุนให้ลูกออกกำลังกาย เป็นสิ่งที่ดีทั้งต่อสุขภาพ อารมณ์ และเป็นการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ดีด้วย หวังว่าพ่อแม่จะได้แนวคิดในการชวนลูกออกกำลังกายรูปแบบต่าง ๆ มากขึ้น

ชวนออกกำลังกายในสวนสาธารณะ

อันดับธุรกิจที่มีแนวโน้มรุ่งต่อเนื่องในปี 2019

อันดับธุรกิจที่มีแนวโน้มรุ่งต่อเนื่องในปี 2019

การประกอบธุรกิจใด ๆ ให้ประสบความสำเร็จ หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญมากคือการติดตามเทรนด์ธุรกิจที่ยังได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้บริโภคให้ได้ เพราะแม้จะมีผู้ประกอบการเก่าก็จำเป็นต้องหาทางปรับตัวให้ธุรกิจของคุณไปต่อได้เมื่อผู้คนเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงและใช้สินค้าหรือบริการของคุณน้อยลง หรือในกรณีที่เป็นผู้ประกอบการใหม่ก็จำเป็นต้องตามเทรนด์ธุรกิจที่น่าสนใจให้ทันเพื่อโอกาสเจริญเติบโตที่ดีอีกด้วย โดยในปีนี้ธุรกิจที่คาดว่าจะยังมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่องนั้น มีรายละเอียดดังนี้

5 ธุรกิจในอนาคต ที่สามารถเติบโตได้

ธุรกิจ ดูแลผู้สูงอายุ เนื่องจากสังคมในปัจจุบันเริ่มเข้าสู่สังคมของผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว อีกทั้งเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องก็ยิ่งเป็นการส่งเสริมให้มีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ธุรกิจด้านนี้มีแนวโน้มที่ดีไม่ว่าจะเป็นศูนย์สุขภาพดูแลผู้สูงอายุ อาหารที่ดีต่อผู้สูงอายุ หรือผลิตภัณฑ์ที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุ เป็นต้น

ธุรกิจ เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงได้กลายมาเป็นเพื่อนคลายเหงาให้กับผู้คนในปัจจุบันกันมากขึ้น ทั้งในกรณีที่ต้องอยู่คนเดียว หรือมีคู่สมรสแต่ไม่มีบุตรร่วมกันจึงทดแทนด้วยการเลี้ยงสัตว์ ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงมีโอกาสเติบโตได้ดีไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอาหารสัตว์ เสื้อผ้า ของเล่นสำหรับสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์ รวมถึงงานบริการด้าน Pet care

ธุรกิจ ด้านสิ่งแวดล้อม ในปัจจุบันความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมเริ่มมีความจริงจังและชัดเจนมากขึ้น เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมขึ้นมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาชนะบรรจุอาหาร หรือผลิตภัณฑ์ด้านเคมีภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจ Digital content เป็นธุรกิจที่มีโอกาสที่ดีตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร ยิ่งเป็นรูปแบบของข้อมูลที่ผู้คนนิยม รับรู้และเข้าใจง่าย ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะเจริญเติบโตมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 3 สาขาหลักได้แก่อุตสาหกรรมแอนิเมชั่น อุตสาหกรรมเกม และอุตสาหกรรมคาแรคเตอร์

ธุรกิจ Logistic เป็นธุรกิจที่เติบโตตามความสามารถในการเชื่อมโยงของโลกจนใกล้ชิดและเดินทางถึงกันได้รวดเร็วมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจด้านนี้มีแนวโน้มเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ และการส่งสินค้าผ่านเครือข่ายธุรกิจระหว่างประเทศ เป็นต้น

เมื่อทราบแล้วว่าธุรกิจใดมีโอกาสที่ดีและมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ก็ขอแนะนำให้เจ้าของธุรกิจทุก ๆ ท่านนำแนวโน้มที่ดีเหล่านี้มาปรับใช้กับธุรกิจของท่านให้เหมาะสม อย่างในกรณีที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าก็อาจเพิ่มช่องทางการจำหน่ายทางออนไลน์เพิ่มเติม มีการนำ Digital content ที่น่าสนใจมาสร้างจุดขายให้กับสินค้า หรือปรับเพิ่มรูปแบบของสินค้าให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้ายุคใหม่เพิ่มเติม เป็นต้น

ธุรกิจในอนาคต ที่สามารถเติบโตได้